Menu Close

ทัวร์ตุรกี EASY WONDERFUL TURKEY เริ่มต้น 28,900 เดินทางโดยสายการบิน UKRAINE INTERNATIONAL AIRLINES

ราคาเริ่มต้น
฿28,900
รหัสทัวร์ 6253
สายการบิน UKRAINE INTERNATIONAL AIRLINES
ระยะเวลา 8D6N
ประเทศ TURKEY
ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

⭐โปรแกรมสุดคุ้ม เที่ยวครบทุกไฮไลท์
⭐ขึ้นบอลลูนชมวิว เมืองคัปปาโดเกีย
⭐ชมความงามของปามุคคาเล่
⭐ถ่ายรูปกับ ม้าไม้เมืองทรอย
⭐ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ชมโชว์ระบำหน้าท้อง

วันที่ กำหนดการ อาหาร โรงแรม
1
กรุงเทพฯ – เคียฟ – อิสตันบูล
ที่ GOLDEN WAY HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
2
อิสตันบูล – ชานัคคาเล่ – ม้าไม้จำลองเมืองทรอย – เมืองไอย์วาลิก
เช้า, เที่ยง, เย็น
GRAND MILANO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
3
วิหารอะโครโปลิส (เคเบิ้ลคาร์) – เมืองโบราณเอเฟซุส – บ้านพระแม่มารี – เมืองปามุคคาเล่
เช้า, เที่ยง, เย็น
TRIPOLIS HOTEL หรือเทียบเท่า
4
เมืองโบราณเฮียราโพลีส – ปราสาทปุยฝ้าย – ชมสวนดอกไม้เมืองอิสปาร์ต้า – เมืองคอนย่า เมืองคัปปาโดเกีย – ชมโชว์ระบำหน้าท้อง
เช้า, เที่ยง, เย็น
MUSTAFA HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
5
ขึ้นบอลลูนชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดยเกีย (ไม่รวมกับค่าทัวร์) – นครใต้ดินคาร์ตัค พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมืองเกอเรเม่ – กรุงอังการ่า
เช้า, เที่ยง, เย็น
SERGAH HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
6
เมืองอิสตันบูล – พระราชวังโดลมาบาห์เช – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – ตลาดสไปซ์
เช้า, เที่ยง, เย็น
GOLDEN WAY HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
7
สุเหร่าสีน้ำเงิน – ฮิปโปโดรม – มหาวิหารเซนต์โซเฟีย – ท่าอากาศอิสตันบูล
เช้า, เที่ยง
8
กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
วันเดินทาง ผู้ใหญ่ พักเดี่ยว เด็ก เตียงเสริม จองเลย
19 - 26 Jul 2019
28,900
8,900
28,900
28,900
จอง
29 Jul - 05 Aug 2019
29,900
8,900
29,900
29,900
จอง
จอง
28,900 28,900 8,900 28,900
จอง
29,900 29,900 8,900 29,900

รายละเอียด

วันที่ 1    กรุงเทพฯ – เคียฟ – อิสตันบูล

08.30 น.       คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ R  ของสายการบิน Ukraine International Airlines (PS) พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรขึ้นเครื่อง

11.25 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน โดยเที่ยวบินที่ PS272 สายการบิน Ukraine International Airlines บริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง

18.30 น.       เดินทางถึง กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน

19.30 น.       ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบินที่ PS715 สายการบิน Ukraine International Airlines บริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง

21.30 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานอิสตันบูล ประเทศตุรกี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร และรับกระเป๋าสัมภาระ

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก เมืองอิสตันบูล

พักที่ GOLDEN WAY HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว มาตราฐานดาวตุรกี  โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง

 

 

วันที่ 2    อิสตันบูล – ชานัคคาเล่ – ม้าไม้จำลองเมืองทรอย – เมืองไอย์วาลิก

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (1)

จากนั้นเดินทางสู่ ชานัคคาเล่ (Canakkale)  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เมืองชานัคคาเล่เป็นเมืองศูนย์กลางการค้า และชุมทางการเดินรถ ทั้งยังเป็นที่ขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ชานัคคาเลเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบเข้าไปยังช่องแคบดาร์ดะเนลส์เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงคราม

กลางวัน          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (2)

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองทรอย (Troy)  ที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีต สร้างขึ้นเมื่อ 4,000 ปีมาแล้ว ในอดีตผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่ 19 ได้มีการขุดค้นและพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีตว่ามีอยู่จริง ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลใกล้ๆ ปากช่องแคบดาร์ดะเนลส์ที่แยกยุโรปกับเอเชียออกจากกัน ตุรกีจึงได้สร้างม้าไม้จำลองเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงไหลในมหากาพย์อีเลียต นำท่าน ถ่ายรูปกับม้าไม้ตามตำนาน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองไอย์วาลิก

เย็น                    รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม (3)

พักที่ GRAND MILANO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว มาตราฐานดาวตุรกี  โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง

 

 

วันที่ 3  วิหารอะโครโปลิส (เคเบิ้ลคาร์) – เมืองโบราณเอเฟซุส – บ้านพระแม่มารี – เมืองปามุคคาเล่

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (4)

จากนั้นเดินทางสู่เมือง เพอร์กามัม (Pergamon) ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ศูนย์กลางอารยธรรมเฮโลนิสติกในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งด้านวัฒนธรรม การค้าขาย และการแพทย์ นั่งเคเบิ้ลคาร์ ชม วิหารอะโครโปลิส (Acropolis)  ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดั่งดินแดนในสรวงสวรรค์ ด้านในจะเป็นบริเวณวิหารเทพเจ้าซุส หรือเซอุส ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เพอร์กามัมที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน วิหารทราจัน ที่เหลือบริเวณของซุ้มประตูเอาไว้ให้ และโรงละครเพอร์กามัม โรงละครยุคโบราณที่ชันที่สุดในโลก สร้างปีที่ 3 ก่อนคริสตกาล จุคนได้ถึง 10,000 คน

 กลางวัน          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (5)

เดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เมืองท่าในอดีต เป็นจุดส่งถ่ายสินค้าที่สำคัญของพ่อค้าวานิชจากยุโรปและแอฟริกาใต้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอเฟซุส (Ephesus Ancient City)  เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา เอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ Roman Bath ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือปราณีต

นำท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House of Virgin Mary) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่กระทั่งสิ้นพระชนม์ การค้นพบสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างปาฏิหาริย์ทีเดียว โดยเมื่อช่วงประมาณปีค.ศ.1774 – 1824 แม่ชีชาวเยอรมันชื่อแอนน์ แคเทอรีน เอเมอริช เกิดนิมิตเห็นภาพบ้านพระแม่มารี จึงเขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตัวเอง นับจากนั้นหลายปีมีการพยายามค้นหาบ้านแห่งนี้โดยอ้างอิงตามคำบอกของเอเมอริช จนกระทั่งค้นพบในปีค.ศ.1891 ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสักการะของทั้งชาวมุสลิมและคริสเตียน โดยวันที่ 15 สิงหาคม ทุกปีจะมีพิธีสวดมนต์เพื่อระลึกถึงวันที่พระเยซูนำพระแม่มารีขึ้นสู่สวรรค์

จากนั้นไปชมโรงงานผลิตเครื่องหนัง  ตุรกีเป็นประเทศที่ส่งออกหนังวัตถุดิบให้กับแบรนด์ไฮเอนด์ทางฝั่งยุโรปอีกด้วย อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง คำว่าปามุคคาเล่ในภาษาตุรกีแปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งมีแร่หินปูนแคลเซียมออกไซด์ ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติอันสวยงามและแปลกตาโดนเด่นเป็นเอกลักษณ์

เย็น                    รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม (6)

พักที่ TRIPOLIS HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว มาตราฐานดาวตุรกี โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง

 

 

วันที่ 4  เมืองโบราณเฮียราโพลีส – ปราสาทปุยฝ้าย – ชมสวนดอกไม้เมืองอิสปาร์ต้า – เมืองคอนย่าเมืองคัปปาโดเกีย – ชมโชว์ระบำหน้าท้อง

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (7)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเฮียราโพลีส (Hierapolis) ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในราว 190  ปีก่อนคริสตกาล ใกล้ๆ กับธารน้ำแร่ร้อน ต้นธารแห่งปามุคคาเล (ในปัจจุบัน) เฮียราโพลิสเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์กลางทางศาสนา ปัจจุบันนี้แม้จะเหลือเพียงซาก แต่ยังคงมีเสน่ห์ และเดินทางสู่ ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) มีจุดเด่นที่หน้าผาสีขาวขุ่นหน้าตาเหมือนธารน้ำแข็งขั้นบันได เกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีส่วนผสมของแคลเซียมออกไซด์ผุดขึ้นจากใต้ดิน ตกตะกอนเป็นหินปูนห่มเนินเขาทั้งลูกมานับพันปีจนกลายเป็นชั้นหินลดหลั่นเหมือนระเบียงหิมะ งดงามจนได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและชาติในปีค.ศ. 1988

นำท่านแวะชมสวนดอกไม้ เมืองอิสปาร์ต้า (Isparta) ระยะทางประมาณ 197 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2ชั่วโมง

กรุ๊ปวันที่ 13-20 พ.ค. / 27 พ.ค.-03 มิ.ย. / 03-10 มิ.ย. จะนำท่านชมสวนกุหลาบ

กรุ๊ปวันที่ 17-24 มิ.ย. / 19-26 ก.ค. / 29 ก.ค.-05 ส.ค. จะนำท่านชมสวนลาเวนเดอร์

กลางวัน          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (8)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ระยะทางประมาณ 240 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3ชั่วโมง อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร เซลจูค ในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สําคัญของภูมิภาคแถบนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับ ทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง ของภูมิภาคตอนกลางของตุรกี ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา

นำท่านเดินสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ระยะทางประมาณ 235 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง หนึ่งในมรดกโลกที่ประกาศโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1985 ภาพแปลกตาน่าพิศวงทุกภาพที่ปรากฏ ท่านอาจแทบไม่เชื่อว่านี่คือฝีมือของธรรมชาติล้วนๆ ภายหลังที่ภูเขาไฟระเบิดขึ้นเมื่อราวๆ 2 ล้านปีที่ผ่านมา ก็มีลาวาและเถ้าถ่านพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก พอเย็นตัวลงก็กลบแผ่นดินเดิมหนาขึ้นร่วม 150 เมตร กลายเป็นชั้นดินใหม่ กว่าจะเป็นริ้วคลื่น หินเป็นลอนสวยงาม หินเป็นแท่ง ปล่องไฟ กรวย หินรูปเห็ด รูปเจดีย์ ก็ต้องถูกทั้งกัดกร่อนจากลม ฝน หิมะ และสายน้ำมานับล้านปี ซึ่งท่านจะเริ่มมองเห็นวิวสองข้างประปรายเมื่อเริ่มเข้าสู่คัปปาโดเกีย

เย็น                    รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม (9)

จากนั้นชม การแสดงระบำหน้าท้อง (Belly Dance) ระบำหน้าท้องเป็นความบันเทิงเริงใจที่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคโบราณหลายพันปี เป็นการเต้นที่โยกย้ายเรือนกาย เอว สะโพก และบังคับกล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างพลิ้วไหว ด้วยชุดสุดหวาบหวิว นักเต้นก็มีความชำนาญและประสบการณ์อย่างมาก ถือเป็นศาสตร์และศิลปะอย่างหนึ่งของพวกอาหรับและประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียน

พักที่ MUSTAFA HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว มาตราฐานดาวตุรกีโรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง

 

 

วันที่ 5  ขึ้นบอลลูนชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดยเกีย (ไม่รวมกับค่าทัวร์) – นครใต้ดินคาร์ตัค พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมืองเกอเรเม่ – กรุงอังการ่า

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (10)

โปรแกรมพิเศษ (ราคาไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์)

สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ประมาณ USD 230 ต่อท่าน (กรุณาเช็คราคาอีกครั้งกับทางหัวหน้าทัวร์ก่อนชำระเงิน) เวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ของบริษัทบอลลูนจะมารับท่านที่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง โดยบริษัทบอลลูนจะมีทำประกันภัยให้ท่าน แต่บริษัทประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมกรณีขึ้นบอลลูน

*การขึ้นบอลลูนนั้นเพื่อความปลอดภัยจะต้องเช็คสภาพภูมิอากาศวันต่อวัน*

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่  นครใต้ดินคาร์ตัค (Cardak Underground City)  ซึ่งเกิดจากการขุดเจาะพื้นดินในยามสงครามในอดีต เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบทั้งห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องอาหาร ฯลฯ

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ Goreme นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมืองเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. ที่ 9 เกิดจากความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนา โดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์อีกด้วย อิสระเที่ยวชม และถ่ายรูปตามเหล่าอาคารบ้านเรือนของชาวเมืองคัปปาโดเกีย ที่เกิดจากการขุดเข้าไปในหินภูเขาไฟ และใช้เป็นที่อยู่อาศัย รวมถึงใช้เป็นศาสนสถานต่างๆ

กลางวัน          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (11)

นำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม ชมวิธีการทอพรหมแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย จากนั้น ชมโรงงานเซรามิค และโรงงานจิวเวอร์รี่

อิสระเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ กรุงอังการ่า (Ankara) ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นเมืองหลวงของประเทศตุรกี ตั้งอยู่บนฝั่งทวีปเอเชีย ชาวตุรกีจะเรียกดินแดนฝั่งเอเชียว่าอนาโตเลีย และอังการ่าเป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากอีสตันบูล

เย็น                    รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม (12)

 พักที่ SERGAH HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว มาตราฐานดาวตุรกี โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง

 

 

วันที่ 6   เมืองอิสตันบูล – พระราชวังโดลมาบาห์เช – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – ตลาดสไปซ์

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (13)

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul) ระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง มหานครสองทวีป เมืองสำคัญที่สุดของประเทศตุรกี มีตำนานการสร้างเมืองมาแล้วเป็นเวลากว่า 2,700 ปี โดยไบซัส (Byzas) ผู้นำชาวเมการา (Megara) ตามคำแนะนำของเทพพยากรณ์ที่วิหารเดลฟีในกรีซ ติดกับช่องแคบบอสปอรัส เดิมชื่อว่า ไบเซนทิอุม (Byzantium) มีถึงสมัยจักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราช ทรงแสวงหาชัยภูมิอันเหมาะสมเพื่อสร้างกรุงโรมใหม่ทรงเลือกเมืองนี้ มีการก่อกำแพงเมืองล้อมรอบภูเขา 7 ลูกให้เหมือนกับกรุงโรม สถาปนาเมืองนี้ใหม่ขึ้นว่า คอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.779 มีประชากรมากเกือบ 1 ล้านคน

กลางวัน          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (14)

นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด (Abdul Mecit ) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป จุดเด่นของวังแห่งนี้คือมีการประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตามีทั้งเฟอร์นิเจอร์ พรม โคมไฟ เครื่องแก้วเจียระใน และรูปเขียน รูปถ่ายต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมาก

จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดสไปซ์ (Spice Market) ร้านรวงเต็มไปด้วยสีสัน ตลาดนี้จะขายเครื่องเทศเป็นหลัก นอกจากนั้นก็มีสินค้าอื่นๆ และราคาดูเหมือนจะย่อมเยาว์ นอกจากเครื่องเทศแล้ว ก็ยังจะมี เซรามิก จาน ชาม ถ้วยชา แจกัน โถ เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ เครื่องดูดบารากู่ ทองคำ เครื่องเงิน เครื่องประดับต่างๆ ของที่ระลึกพวกพวงกุญแจ กระเบื้องเพนท์ติดผนัง ของกินเล่นอย่างชา กาแฟ ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ ขนมหวานตุรกีอย่างเตอร์กิสดีไลท์ ตาปีศาจ เครื่องรางสุดฮิต ฯลฯ

นำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงามสองฝั่ง ฝั่งยุโรป- ผ่านพระราชวังโดลบามาเช โรงแรมชีราอาน โรงแรมเคมปินสกี้อันเลิศหรู ตรงกันข้ามฝั่งเอเชียจะเป็นย่านเรียกว่า เฟติ อาห์เมต ปาซา ยาลี เรียงรายไปด้วยเรือนไม้ฤดูร้อน และสถานทูตต่างชาติในยุคออตโตมัน ผ่านไปใต้สะพานบอสฟอรัสฝั่งยุโรปเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสีสัน ทั้งหอศิลป์ บาร์ ร้านอาหารมีระดับ จากนั้นเรือจะล่องสู่ย่านชานเมืองที่สงบและมีเสน่ห์แบบโบราณ เมื่อเรือลอดใต้สะพานลอดช่องแคบแห่งที่สอง-สะพานฟาติห์ เสียงอึกทึกในตัวเมืองจะแผ่วลง เหลือแต่เสียงหวูดเรือประมงเล็กๆ ที่กลับจากหาปลาตอนกลางวัน และเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียและโรมาเนียที่แล่นเข้าออกช่องแคบบอสฟอรัสและดาร์ดะเนลส์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพอดีตที่รัสเซียถือเอาช่องแคบตุรกีเป็นกุญแจปิดล็อกประตูหลังบ้านของตน

เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (15)

พักที่ GOLDEN WAY HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว มาตราฐานดาวตุรกีโรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง

 

 

 

วันที่ 7  สุเหร่าสีน้ำเงิน – ฮิปโปโดรม – มหาวิหารเซนต์โซเฟีย – ท่าอากาศอิสตันบูล

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (16)

นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิไบแซนไทน์ให้ได้ โดยสุเหร่านี้สร้างใกล้กับโบสถ์เซนต์โซเฟีย แต่อย่างไรก็ตามโบสถ์เซนต์โซเฟีย ก็ยังเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกี *กรุณาแต่งกายสุภาพ และสุภาพสตรีให้เตรียมผ้าคลุมไหล่ไว้สำหรับใช้คลุมศีรษะระหว่างเที่ยวชมสุเหร่าสีน้ำเงิน

นำท่านชม ฮิปโปโดรม (Hippodrome) คือสิ่งก่อสร้างจากสมัยกรีกซึ่งใช้เป็นสนามแข่งม้า และการแข่งขันขับรถศึก (Chariot Racing) โดยคำว่า ฮิปโปส และ โดรโมส ปัจจุบันถูกนำไปใช้ในภาษาฝรั่งเศสด้วย หมายถึง การแข่งขันม้าใจกลางเมืองมอสโคว์ (Central Moscow Hippodrome) ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังของ ฮิปโปโดรมของกรุงคอนสแตนติโนเปิลในอดีต ปัจจุบันเหลือเพียง เสา 3 ต้น คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 (Column of Constantine VII) เสาต้นที่ 2 คือ เสางู เป็นรูปสลักงู 3 ตัวพันกัน จากเมือง เดลฟี (Delphi) แล้วถูกขนย้ายมาตั้งที่นี่เมื่อ ศตวรรษที่ 4 ปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งต้น และเสาต้นสุดท้ายคือ เสา อิยิปต์ หรือเสาโอเบลิส (Obelisk of Thutmose)

 นำท่านชม มหาวิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางที่สร้างมายาวนานเกือบ 1,500 ปี จักรพรรดิจัสติเนียน แห่งอาณาจักรไบแซนไทน์ทรงพระบัญชาให้สองสถาปนิกแห่งยุคทำการบูรณะโบสถ์หลังเก่า โดยออกแบบและปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในโลก งบประมาณไม่อั้น เซนต์โซเฟียดำรงสถานะเป็นโบสถ์คริสต์มากว่า 900 ปี ก่อนจะมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อ 29 พฤษภาคม ค.ศ.1453 เมื่อกรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกตีแตกโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 และยึดเมืองหลวงแห่งไบแซนไทน์ได้ ก็ทรงเสด็จไปยังเซนต์โซเฟียเพื่อทำการละหมาด พร้อมทั้งบัญชาให้เปลี่ยนสถานะจากโบสถ์คริสต์เป็นมัดยิดของชาวมุสลิม โดยให้ฉาบปูนปิดทับภาพโมเสกอันสวยงามให้หมด

กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (17)

สมควรแก่เวลานำท่านสู่ ท่าอากาศยานอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อเตรียมตัวกลับสู่ กรุงเทพมหานคร

15.40 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน โดยเที่ยวบินที่ PS714 สายการบิน Ukraine International Airlines บริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง

17.40 น.       เดินทางถึง กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน

19.25 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพมหานคร โดยเที่ยวบินที่ PS271 สายการบิน Ukraine International Airlines บริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง

 

 

 

วันที่ 8  กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)

09.45 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาเข้า  โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ตามเที่ยวบินที่ระบุในรายการท่องเที่ยว
  • ค่าภาษีสนามบิน ภาษีน้ำมัน
  • ค่าห้องพักโรงแรม (ห้องละ 2 หรือ 3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการท่องเที่ยวหรือระดับเดียวกัน
  • ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และค่ายานพาหนะทุกชนิดตามที่ระบุในรายการท่องเที่ยว
  • ค่าใช้จ่ายมัคคุเทศก์ / หัวหน้าทัวร์ ที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองในระหว่างการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรรมธรรม์)

 

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • ค่าระวางกระเป๋าน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น อาหาร-เครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการท่องเที่ยว ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษของโรงแรม เป็นต้น
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่ายของแต่ละประเทศ
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และคนขับรถท่านละ 80 USD ตลอดทริป

 

การชำระเงิน

• ชำระค่ามัดจำ ท่านละ 15,000 บาท หลังจากทำการจองภายใน 3 วัน
• ชำระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือภายใน 35 วัน ก่อนออกเดินทาง

หมายเหตุ

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทาง หรือ เปลี่ยนแปลงราคา ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ถึง 25 คนขึ้นไป
  • ในกรณีที่สายการบินประการปรับขึ้นภาษีน้ำมัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าภาษีน้ำมันเพิ่มตามความเป็นจริง
  • ตั๋วเครื่องบินที่ออกเป็นกรุ๊ปไม่สามารถเลื่อนวันเดินทางหรือขอคืนเงินได้
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลง หรือสลับรายการท่องเที่ยวตามความเหมาะสม ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย หรือเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์ของคณะผู้เดินทางเป็นหลัก
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิน หากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัย เช่น ความล่าช้าจากสายการบิน การยกเลิกเที่ยวบิน การเมือง การประท้วง การนัดหยุดงาน การก่อจลาจล ปัญหาจราจร อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ หรือทรัพย์สินสูญหายอันเนื่องมาจากความประมาทของตัวท่านเอง หรือจากการโจรกรรม และอุบัติเหตุจากความประมาทของตัวท่านเอง
  • กรณีที่สถานที่ท่องเที่ยวใดๆ ที่ไม่สามารถเข้าชมได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัย สภาพอากาศ เหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ เป็นต้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่ท่านสละสิทธิ์ในการใช้บริการใดๆ หรือไม่เข้าชมสถานที่ใดๆ ก็ตามที่ระบุในรายการท่องเที่ยว หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศมีปฏิเสธมิให้เดินทางเข้า-ออกตามประเทศที่ระบุไว้ เนื่องจากการครอบครองสิ่งผิดกฎหมาย สิ่งของต้องห้าม เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าทัวร์ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
  • กรณีที่ท่านใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวกับคณะทัวร์ หากท่านถูกปฏิเสธในการเข้า-ออกประเทศใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์และรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

 

ยกเลิกทัวร์และการคืนเงิน

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยึดมัดจำเต็มจำนวน
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 21 วัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์ทั้งหมด
  • กรณีกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุด เทศกาลต่างๆ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ เป็นต้น ทางบริษัทฯ ต้องมีการการันตีมัดจำที่นั่งกับทางสายการบิน รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น Charter Flight และโรงแรมที่พักต่างๆ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่ามัดจำ หรือ ค่าทัวร์ทั้งหมด ไม่ว่ายกเลิกกรณีใดก็ตาม
  • เมื่อออกตั๋วแล้ว หากท่านมีเหตุบางประการทำให้เดินทางไม่ได้ ไม่สามารถขอคืนค่าตั๋วได้ เนื่องจากเป็นนโยบายของสายการบิน