Menu Close

แอ่วเหนือ หลวงพ่อทันใจให้พร โวย โวย จ้าวววว 2วัน 1คืน เริ่มต้น 4,777 เดินทางโดยสายการบิน NOK AIR (DD)

ราคาเริ่มต้น
฿4,777
รหัสทัวร์ 11861
สายการบิน DD
ระยะเวลา 2วัน 1คืน
ช่วงเวลา 10 ตุลาคม 63 - 13 ธันวาคม 63
ประเทศ เชียงใหม่
ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

แอ่วเหนือ … หลวงพ่อทันใจ
ให้พร … โวย โวย จ้าวววว …
สายมู เสริมบุญ ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ โชคดี ร่ำรวย

วันที่ กำหนดการ อาหาร โรงแรม
1
สนามบินดอนเมือง(กรุงเทพฯ) – สนามบินเชียงใหม่ – วัดพระธาตุดอยสุเทพ – จุดชมวิวดอยม่อนแจ่ม – สกายวอล์คม่อนแจ่ม – ช้อปปิ้งถนนคนเดิน
เที่ยง
HOP INN HOTEL หรือเทียบเท่า
2
วัดพระธาตุดอยคำ – วัดอุโมงค์ – ถนนนิมมานเหมินทร์ – ตลาดวนัสนันท์ – สนามบินเชียงใหม่ – สนามบินดอนเมือง(กรุงเทพฯ)
เช้า, เที่ยง
วันเดินทาง ผู้ใหญ่ พักเดี่ยว เด็ก เตียงเสริม จองเลย
10 - 11 Oct 2020
4,777
600
0
0
จอง
24 - 25 Oct 2020
4,777
600
0
0
จอง
14 - 15 Nov 2020
4,999
600
0
0
จอง
28 - 29 Nov 2020
4,999
600
0
0
จอง
12 - 13 Dec 2020
4,999
600
0
0
จอง
จอง
4,777 0 600 0
จอง
4,777 0 600 0
จอง
4,999 0 600 0
จอง
4,999 0 600 0
จอง
4,999 0 600 0

รายละเอียด

วันแรก สนามบินดอนเมือง(กรุงเทพฯ) – สนามบินเชียงใหม่ – วัดพระธาตุดอยสุเทพ – จุดชมวิวดอยม่อนแจ่ม – สกายวอล์คม่อนแจ่ม – ช้อปปิ้งถนนคนเดิน
ตีสาม/ตีสี่ คณะพร้อมกัน ณ สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกในประเทศ ชั้น 3 อาคาร 2 ประตู 14 เคาน์เตอร์สายการบินนกแอร์(DD) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คเอกสารและสัมภาระก่อนการเดินทาง

 

06.05/07.00 น. ออกเดินทางสู่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD8300/DD8302   (ใช้เวลาบินประมาณ 1.10 ชม.)

 

07.15/08.10 น. ถึง สนามบินเชียงใหม่ รับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ยินดีต้อนรับเข้าสู่ จังหวัดเชียงใหม่

 

นำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ( ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที ) สำหรับผู้ที่จะขึ้นไปเที่ยวสักการะวัดพระธาตุดอยสุเทพ จะต้องผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยก่อนแน่นอน และนักท่องเที่ยวมักจะจอดแวะนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่ชีวิต และปลอดภัยจากการเดินทาง ครูบาศรีวิชัย ท่านได้รับสมญานามว่าเป็นนักบุญแห่งล้านนาไทย ท่านเป็นผู้ริเริ่มชักชวนชาวล้านนาในการร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ในปี พ.ศ.2478 อุปกรณ์มีเพียงจอบและเสียม แต่ใช้เวลาเพียง 5 เดือนกับ 22 วัน เท่านั้น ตั้งแต่ที่ท่านยังมีลมหายใจจวบจนถึงปัจจุบัน ท่านเป็นที่เคารพศรัทธาของพี่น้องชาวล้านนาและพุทธศาสนิกชนทั่วไป วัดพระธาตุดอยสุเทพ ประจำปีเกิด ของคนที่เกิด ปีมะแม เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่โบราณกาลพระธาตุ นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกัน ทุกคน ถ้า หากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้ว ถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่ ประวัติและความเป็นมานั้น กล่าวไว้ว่า เดิมภูเขาแห่งนี้เป็นที่อยู่ของฤาษีนามว่า “สุเทวะ” ซึ่งตรงกับคำว่าสุเทพอันเป็นที่มาของชื่อดอยสูงแห่งนี้ โดยวัดพระธาตุดอยสุเทพนี้สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 6 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้ทรงอัญเชิญมาจากเมืองศรีสัชนาลัย ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้ากือนาธรรมิกราชทรงแยกพระบรมสารีริกธาตุไว้เป็นสองส่วน โดยอัญเชิญองค์หนึ่งบรรจุไว้ที่พระธาตุวัดสวนดอก ส่วนอีกองค์หนึ่งได้อัญเชิญขึ้นบนหลังช้างมงคล โดยพระเจ้ากือนาธรรมิกราชทรงตั้งจิตอธิษฐานเสี่ยงทายว่าหากช้างเชือกนั้น หยุดลงตรงที่ใดก็จะให้สร้างพระธาตุขึ้น ณ ที่แห่งนั้น ซึ่งช้างเชือกดังกล่าวได้มาหยุดลงตรงยอดดอยสุเทพแห่งนี้ โดยทำทักษิณาวรรตสามรอบก่อนที่จะล้มลง (ตาย) ดังนั้นพระเจ้ากือนาธรรมิกราชจึงทรงรับสั่งให้สร้างพระบรมธาตุอันเป็นที่ ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุ ณ ยอดดอยสุเทพ อยู่คู่ฟ้าคู่ดินเชียงใหม่มานับแต่นั้น วัดพระธาตุดอยสุเทพตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ ผู้ที่เดินทางมาสักการะที่วัดแห่งนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ ได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดนาคไป 300 ขั้น เพื่อไปยังวัด หรือใช้บริการรถกระเช้าขึ้น-ลงดอยสุเทพได้ ระหว่างเวลา 05.30-19.30 น. ที่นี่ยังมีประเพณีที่สำคัญ คือ งานประเพณีเตียวขึ้นดอยเพื่อสักการะพระธาตุดอยสุเทพจัดเป็นประจำทุกปี โดยมีขึ้นก่อนหน้าวันวิสาขบูชา 1 คืน ในงานจะมีขบวนแห่น้ำสำหรับสรงพระธาตุโดยมีพระสงฆ์ สามเณร และพุทธศาสนิกชนจากชุมชนต่าง ๆ มาร่วมขบวนแห่ขึ้นดอยเป็นจำนวนมาก

 

** ความเชื่อและวิธีการบูชาของคนที่มาไหว้พระธาตุแห่งนี้ ** เชื่อกันว่าหากมาสักการะและอธิษฐานขอพรพระธาตุดอยสุเทพ จะมีแต่ความสำเร็จสมหวังดังปรารถนา แคล้วคลาด ผ่านอุปสรรคนานาไปได้ ในการสักการะพระธาตุนั้น ควรเตรียมข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียนแล้วเดินเวียนขวา 3 รอบ พร้อมกล่าวคำนมัสการพระธาตุ โดยตั้งจิตอธิษฐานขอให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา และควรไหว้พระธาตุให้ครบทั้ง 4 ทิศ ซึ่งให้อานิสงส์ที่ต่างกัน คือ ทิศเหนือขอให้มีปัญญาดุจพระจัทร์เพ็ญ ทิศใต้ ขอให้ได้เป็นพระภิกษุสงฆ์ได้บวชในบวรพุทธศาสนา ทิศตะวันออกขอให้ได้ขึ้นสวรรค์ ทิศตะวันตกเป็นการเคารพบูชาสูงสุดต่อพระธาตุ สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มานมัสการพระธาตุดอยสุเทพแล้ว ควรมากราบอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ที่ประดิษฐานอยู่ตรงเชิงดอยสุเทพเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ข้าวซอย อาหารเหนือที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงใหม่

 

นำท่านเดินทางไปยัง ดอยม่อนแจ่ม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) ไฮไลท์ที่สุดของม่อนแจ่มเลยก็คือที่นี่ค่ะ จุดชมวิว ม่อนแจ่ม ซึ่งตั้งอยู่บนสันเขาสูง แต่เดิมเป็นพื้นที่รกร้าง และได้รับการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว บริเวณรอบๆ จะเต็มไปด้วยแปลงผัก และทุ่งดอกไม้สวยๆ รวมถึงยังมีแคร่ไม้ไผ่ เป็นซุ้มที่ตั้งอยู่ริมหน้าผา ให้เราได้ซื้ออาหารมาทาน รวมถึงชมวิวสวยๆ จากจุดนี้ได้อีกด้วยที่นี่ยังมีร้านขายของที่ระลึก ผักผลไม้เมืองหนาวที่ชาวบ้านนำมาขาย เมื่อใกล้ถึง ม่อนแจ่มจะมีลานจอดรถข้างล่างไม่อนุญาตให้นำรถขึ้นไป จากนั้นเดินขึ้นไปประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงจุดชมวิวดอยม่อนแจ่ม ซึ่งมีการปรับภูมิทัศน์ใหม่ ในส่วนของร้านอาหาร ร้านกาแฟ ของโครงการหลวงไม่มีแล้วแต่มีแปลงดอกไม้เล็กๆ กระท่อมชมวิวซึ่งเปลี่ยนเป็นลานชมวิวและร้านอาหารเล็กๆของชาวบ้าน อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดถ้ามาจุดชมวิวม่อนแจ่มแห่งนี้ คือการ เล่น ฟอร์มูล่า ม้ง หรือรถไม้ ที่ให้ท่านนั่งและไถลลงมาจากเนินด้านบน ซึ่งทางที่ไถลลงมาก็จะทำให้หวาดเสียวพร้อมกับเสียงกรี๊ดได้ เพราะทางนั้นจะขรุขระ เป็นเนินเป็นหินบ้าง ซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะบังคับลงมาให้ถึงจุดหมาย แต่ขอบอกว่ามันส์สุดๆๆไปเลยค่า (ค่าบริการไม่รวมในราคาทัวร์ท่านไหนสนใจเล่นจ่ายหน้างานได้เลยค่า)

 

นำท่านเช็คอิน SKYWALK ม่อนแจ่ม ที่เที่ยวใหม่ม่อนแจ่ม ที่ต้องไปเช็คอินค่ะ และรับรองว่า คนที่ชอบถ่ายรูปต้องได้รูปสวยๆ กลับไปแน่นอน เพราะจะมี สะพานไม้ไผ่ชมวิวที่ลาดไปตามเชิงเขา เราสามารถเดินชิลชมแปลงดอกไม้ และสตรอเบอรี่ที่อยู่ข้างสะพานตลอดสองข้างทางได้เลย ถ้ามาช่วงเช้าๆ น่าจะได้เจอทะเลหมอกสวยๆ อีกด้วยค่ะ แถมยังมีชุดฮันบก ชุดม้ง ให้เช่าถ่ายรูปอีกด้วย (ไม่รวมค่าเดินบนสกายวอลค์) จากนั้นนำท่านกลับเข้าสู่เมืองเชียงใหม่

 

นำท่าน ช้อปปิ้งถนนคนเดินวัวลาย แหล่งที่ขายสินค้าท้องถิ่นเด็ดๆ จะมารวมกันที่นี่! สินค้าจากฝีมือชาวเขามากมายที่นำลงมาจำหน่ายด้านล่าง เช่น กระเป๋า เครื่องประดับ เครื่องเงิน เครื่องสานต่างๆ ซึ่งขายในราคาที่ไม่แพง รวมถึงเป็นพื้นที่ให้พ่อค้า แม่ค้าสาย Handmade มารวมกันด้วยค่ะ ที่นี่ยังเหมาะกับนักชิม นักกินทั้งหลายเพราะมีสตรีทฟู้ดมากมายรออยู่ รวมถึงอาหารท้องถิ่นอีกด้วย! อย่างนี้ต้องห้ามพลาดไปเช็คอินกันได้เลยค่า * ถนนคนเดินวัวลาย เปิดบริการ เฉพาะ วันเสาร์ ตั้งแต่ 17.00 – 22.00 น. กรณีเดินทางตรงวันอาทิตย์ขอปรับเปลี่ยนโปรแกรมเป็น ถนนคนเดินท่าแพแทน โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า * ถนนคนเดินท่าแพ เป็นถนนคนเดินยุคแรกๆ เลยค่ะ และยังเป็นถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่อีกด้วย ตั้งอยู่แถวประตูเมืองท่าแพ ร้านค้าและสินค้าที่ขายกันก็จะคล้ายๆ กับถนนคนเดินวัวลาย แต่มีบรรยากาศที่แตกต่างกันค่ะ มีสินค้าพื้นเมือง เสื้อผ้า ของที่ระลึกต่างๆ มีโชว์ดนตรี การแสดงเล็กๆ ตามสองข้างทางบ้าง ใครที่มาเที่ยวเชียงใหม่แล้ว ยังไม่ได้ไปเดินถนนคนเดินท่าแพ ถือว่ามาไม่ถึงนะจะบอกให้! * ถนนคนเดินท่าแพ เปิดบริการ เฉพาะ วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 17.00 – 22.00 น. * อิสระช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง

 

*อิสระอาหารเย็น ตามอัธยาศัย

 

นำท่านเข้าสู่ที่พัก เชียงใหม่ อยู่ดี หรือเทียบเท่า
(หมายเหตุ : โรงแรมไม่มีบริการห้องพักแบบ 3 ท่าน จึงแนะนำให้ลูกค้าท่านที่ 3 ซื้อพักเดี่ยวเพิ่ม )

 

 

วันที่สอง วัดพระธาตุดอยคำ – วัดอุโมงค์ – ถนนนิมมานเหมินทร์ – ตลาดวนัสนันท์ – สนามบินเชียงใหม่ – สนามบินดอนเมือง(กรุงเทพฯ)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

นำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุดอยคำ (วัดหลวงพ่อทันใจ) เป็นวัดสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ อายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่บริเวณดอยคำ ด้านหลังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร วัดพระธาตุดอยคำมีความสูงจากระดับที่ราบเชียงใหม่ราว 140 เมตร และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 465 เมตร วัดพระธาตุดอยคำมีลานชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบเมืองเชียงใหม่ และยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจซึ่งมีอายุเก่าแก่ กว่าห้าร้อยปี เมื่อเดินทางมาถึงวัดพระธาตุดอยคำจะสังเกตเห็นพระธาตุดอยคำตั้งอยู่อย่างเด่นชัด เดิมทีพระธาตุนี้เป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าตามความเชื่อ จึงผ่านการบูรณะและเติมแต่งอยู่ตลอดจากผู้ที่มีอำนาจในเวลานั้น จากอาณาจักรหริภุญชัยโดยบุตรของพระนางจามเทวี มาถึงสมัยอาณาจักรล้านนาถือกำเนิดและเจริญรุ่งเรือง จากนั้นเมื่อล้านนาเสื่อมลงวัดพระธาตุดอยคำจึงกลายเป็นวัดร้าง กระทั่งมีการค้นพบวัตถุโบราณล้ำค่าหลายชิ้น รวมถึงความเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์จากการขอพรที่เล่ากันมาเป็นทอด ส่งผลให้มีทุนหลั่งไหลเข้าไปทั้งในวัดพระธาตุดอยคำและบริเวณเนินวัดที่มีชื่อเสียงมาจากประเพณีบูชาปู่แสะและย่าแสะ จนปัจจุบันมีชื่อมีประชาชนไปสักการะบูชา อย่างไม่ขาดสาย ที่นี่เป็นที่ประดิษฐาน องค์หลวงพ่อทันใจ ที่ประชาชนให้ความเคารพและมาสักการะบูชา ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง และครอบครัว เป็นจำนวนมาก ทุกคนเชื่อกันว่าที่เรียกว่าหลวงพ่อทันใจเป็นเพราะอธิษฐานขอพรแล้วสิ่งที่ขอสำเร็จดั่งใจหวัง แต่แท้จริงแล้วสาเหตุที่เรียกว่าหลวงพ่อทันใจเพราะเป็นเรื่องของการสร้างและปลุกเสกแบบทันใจ ในสมัยโบราณการสร้างวัดที่สำคัญทางภาคเหนือ นิยมสร้างพระพุทธรูป ที่เรียกว่า “ พระเจ้าทันใจ “ หมายถึงพระพุทธรูปที่สร้างสำเร็จภายใน 1 วัน คือพิธีจะเริ่มตั้งแต่หลัง หกทุ่มเป็นต้นใหม่ แล้วสร้างเสร็จภายในก่อนพระอาทิตย์ตก หรือ ก่อน 6 โมงเย็น วันรุ่งขึ้น ถ้าสร้างไม่เสร็จถือว่าเป็นพระพุทธรุปแบบทั่วไป การสร้างและทำพิธีพุทธาภิเษกใน 1 วัน ถือว่า เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก จึงเชื่อกันว่าเป็นเพราะพุทธานุภาพ และอนุภาพของเทพยดาที่บันดาลให้พิธีกรรมสำเร็จปราศจากอุปสรรค ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงถือว่าพระเจ้าทันใจ เป็นพระพุทธรูปที่บันดาลความสำเร็จ ให้กับผู้ที่อธิษฐานขอพรได้แบบทันอกทันใจ

 

** วิธีขอพรองค์หลวงพ่อทันใจ จากข้อมูลของกลุ่มมหัศจรรย์หลวงพ่อทันใจ” และเพจ : หลวงพ่อทันใจ วัดพระธาตุดอยคำ เชียงใหม่ ได้แนะนำไว้ดังต่อไปนี้ -จุดธูป 3 ดอก -ขอได้ 1 เรื่อง -ขอกับเหรียญหรือองค์พระที่บ้าน -ถ้าสำเร็จต้องถวายพวงมาลัยดอกมะลิ 50 พวงขึ้นไป -บอกชื่อ -สกุล ดังๆ แล้ว สวดคาถาหลวงพ่อทันใจ **ตั้งนะโม 3จบ “โอมนะโม พุทธายะ ยะอะสะ สุมัง จะปาคะ” อย่างไรก็ดี การขอพรกับหลวงพ่อทันใจนั้นสามารถขอได้ทุกเรื่อง แต่ย้ำว่า ต้อง “ขอทีละเรื่อง” และต้องเอ่ยชื่อนามสกุลของตนเองให้ชัดเจน และ ขอพรอย่างชัดเจนว่าต้องการให้ท่านเมตตาช่วยเหลือในเรื่องใด เมื่อสำเร็จแล้วจึงขอเรื่องใหม่ได้ และอย่าลืม เมื่อสมปรารถนาแล้วต้องมาถวายพวงมาลัยดอกมะลิด้วยตนเองเท่านั้น ที่วัดพระธาตุดอยคำ!!

 

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางไปยัง วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีเอกลักษณ์งดงามไม่เหมือนใคร ตัววัดตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ไม่ไกลจากบริเวณตีนดอยสุเทพ อยู่บริเวณหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และอยู่ไม่ห่างจากย่านฮิปของนักท่องเที่ยวอย่างนิมมานเหมินทร์มากนัก สำหรับประวัติของวัดอุโมงค์ เริ่มต้นขึ้นในสมัยของปฐมกษัตริย์ของล้านนาคือพระเจ้ามังรายมหาราช เมื่อพระองค์ได้สร้างเมืองเชียงใหม่แล้วหลังจากนั้นก็ได้สร้างวัดขึ้นหลายแห่ง ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และทรงนิมนต์พระสงฆ์ลังกาจากเมืองสุโขทัยมาสั่งสอนพระพุทธศาสนา ในครั้งนั้นพระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นใหม่บริเวณป่าไผ่ 11 กอ เพื่อเป็นที่พำนักของคณะสงฆ์ลังกาโดยเฉพาะ และสร้างโดยยึดรูปแบบของวัดเมืองลังกา อาทิ เจดีย์ ก็สร้างเป็นเจดีย์ทรงลังกาเมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยก็ได้ทำการฉลองวัด และทรงขนานนามว่า “วัดเวฬุกัฏฐาราม” (วัดไผ่ 11 กอ) และทรงนิมนต์คณะสงฆ์จากลังกาเข้าอยู่จำพรรษาเพื่อบำเพ็ญสมณธรรม และเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป จวบจนมาถึงรัชสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช พระองค์ได้บูรณะวัดเวฬุกัฏฐารามขึ้นใหม่ ทรงซ่อมแซมองค์เจดีย์ และยังได้ทรงสร้างอุโมงค์ถัดจากฐานพระเจดีย์ด้านเหนือขึ้น เป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่และสวยงาม มีทางเข้าออก 4 ช่อง แต่ละช่องเดินติดต่อกันได้ทั่วถึง ข้างฝาผนังด้านในอุโมงค์เจาะช่องสำหรับจุดประทีปให้เกิดความสว่างเป็นระยะ สะดวกแก่พระเดินจงกรมและภาวนาอยู่ด้านใน และในเพดานอุโมงค์ยังมีภาพเขียนสีน้ำมันอีกด้วยอุโมงค์แห่งนี้พระเจ้ากือนาทรงสร้างขึ้นเพราะพระองค์ทรงศรัทธาเป็นพิเศษในพระมหาเถระจันทร์ พระสงฆ์ชาวล้านนาผู้แตกฉานในพระไตรปิฏกและมีปฏิภาณโต้ตอบปัญหาธรรมเป็นเยี่ยม พระมหาเถระจันทร์ชอบจาริกอยู่ตามป่าดงเพื่อหาที่สงบสงัดบำเพ็ญภาวนา ไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน เวลาต้องการตัวโต้ตอบปัญหาหรือศึกษาข้อธรรมมักจะตามไม่ค่อยพบ พระเจ้ากือนามีพระราชประสงค์จะให้พระเถระจันทร์อยู่เป็นที่ สะดวกต่อการติดต่อและพบปะ จึงโปรดให้สร้างอุโมงค์แห่งนี้ขึ้นที่ฐานพระเจดีย์ใหญ่ในวัดเวฬุกัฏฐารามเพื่อเป็นที่อยู่ของพระมหาจันทร์ ต่อมาคนจึงเรียกกันว่า “วัดอุโมงค์เถรจันทร์” มาตั้งแต่บัดนั้นปัจจุบัน วัดอุโมงค์กลายเป็นสถานปฏิบัติธรรม สถานที่ที่คนมาแสวงหาความสงบ รวมถึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามแปลกตาของเชียงใหม่ เมื่อมาเยือนที่วัดอุโมงค์จะได้พบกับความร่มรื่นและความเงียบสงบภายในวัด บริเวณอุโมงค์เป็นอาคารก่ออิฐรูปสี่เหลี่ยมที่ภายนอกมีมอสปกคลุมเป็นพรมสีเขียวด้วยความชื้น ยิ่งเพิ่มความสงบงามให้แก่สถานที่.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

จากนั้นพาทุกท่านเดินเล่น ชมบรรยากาศชิวๆ ณ บ้านข้างวัด เป็นคอมมูนิตี้มอลล์สไตล์พื้นเมือง ตั้งอยู่ในซอยวัดอุโมงค์ โดยมีคุณบิ๊ก เป็นผู้ออกแบบและเป็นเจ้าของโครงการแห่งนี้ จากแนวความคิดที่ต้องการสร้างชุมชนที่มีวิถีชีวิต มีปฏิสัมพันธ์ของคนในชุมชนคล้ายกับการอยู่ร่วมกันของผู้คนในสมัยก่อน มีการพึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือกัน ดูแลซึ่งกันและกัน ภายใต้การออกแบบที่อยู่อาศัยที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ อิงบรรยากาศแบบสมัยเก่าผสมกับความร่วมสมัยในปัจจุบัน จากสิ่งเหล่านี้จึงก่อให้เกิดขึ้นมาเป็น ชุมชน บ้าน’ข้างวัด’ ภายในบริเวณ “บ้านข้างวัด” จะมีบ้านกึ่งไม้กึ่งปูนเปลือย แบบ 2 ชั้น สร้างให้เหมือนบ้านในสมัยก่อน ตั้งอยู่ล้อมรอบกัน ตกแต่งด้วยของเก่าดั้งเดิม ที่ให้กลิ่นอายตอนที่เรายังเด็กๆ รวมถึงต้นไม้สีเขียว ร่มเย็น ปลูกอยู่ทั่วโครงการ เห็นแล้วสดชื่น ^^ บ้านแต่ละหลังก็จะเปิดเป็นร้านขายของเแฮนเมด, ของตกแต่งบ้าน, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, งานไม้ , Bookoo studio Showroom งานคราฟท์และงานเซรามิก, Orn the Rose บ้านและสตูดิโอ ของหญิงสาวที่รักงานปักผ้า, ห้องสมุดเก๋ๆ เอาไว้นั่งอ่านหนังสือชิลๆ และในแต่ละเดือนที่บ้านข้างวัด ก็จะจัดตารางเรียน workshop ให้ได้มีกิจกรรมสนุกทำกันด้วย ฯลฯ อีกทั้งบ้านทุกหลังหันไปทาง ลานหญ้าสีเขียว ที่ตั้งอยู่ไล่เป็นชั้นๆ เป็นลานกิจกรรม เอาไว้จัดงานและทำกิจกรรมร่วมกัน

 

นำทุกท่านเดินเล่น ถนนนิมมานเหมินทร์ ถนนเส้นนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นถนนชื่อดังของเชียงใหม่ที่เป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหารหลากหลายสไตล์ คาเฟ่เก๋ๆ และเต็มไปด้วยความคึกคักอย่างถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 1 เป็นถนนที่คงเอกลักษณ์ของผู้คนและศิลปวัฒนธรรมของชาวล้านนาไว้ มีร้านแกลเลอรี่ ร้านขายของตกแต่งบ้าน นิมมานเหมินทร์ ซอย 9 เป็นถนนสายกาแฟ เต็มไปด้วยร้านกาแฟชื่อดัง เหมาะสำหรับคอกาแฟและสายชิลไปนั่งเล่น สาย Cafe Hopping ต้องเลิฟที่นี่มากแน่นอนค่ะ

 

จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการ แวะซื้อของฝาก ร้านวนัสนันท์ เป็นร้านขายของฝากที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ มีตั้งแต่อาหารยอดฮิตอย่างไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่มขนมจีน ไปจนถึงอาหารพื้นเมืองแบบที่คนท้องถิ่นรับประทานเป็นประจำ ใครที่อยากจะลองกินอาหารแบบคนท้องถิ่นลองไปเดินเลือกซื้อและชิมกันดู นอกจากนี้ยังมีร้านขายของฝากสินค้าพื้นเมือง ให้ท่านได้เลือกซื้อกลับมาให้คนที่ท่านรักด้วยค่ะ อิสระเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย จนถึงเวลาอันสมควร นำท่านสู่สนามบินเชียงใหม่

 

21.55 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD8327

 

23.00 น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง(กรุงเทพฯ) โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ………..

เงื่อนไข

อัตราค่าบริการนี้รวม
1 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ตามรายการที่ระบุ (ท่านสามารถนำสัมภาระ ขึ้นเครื่องได้ 7 กก.)
2 ค่าภาษีสนามบิน
3 ค่ารถรับ-ส่ง นำเที่ยวตามรายการ
4 ค่าโรงแรมที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่าน
5 ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
6 ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
7 ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นคอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
8 ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 500,000 – 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตราค่าบริการนี้ ไม่ รวม
1 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ(กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)
2 ค่าน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง
3 ค่าทัวร์ไม่รวมค่าทิปมัคคุเทศก์และคนขับรถ ท่านละ 500 บาท/ตลอดการเดินทาง/ต่อท่าน
4 กรณีที่ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ต้องชำระเพิ่ม ท่านละ 500 บาท
5 กรณีเด็กที่มีอายุ 0 – 2 ปี(Infant) ชำระค่าทัวร์ 50 % จากราคาทัวร์ของผู้ใหญ่ แต่ไม่เก็บค่าทิปมัคคุเทศก์และคนขับรถ
6 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
7 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

การชำระเงิน

เงื่อนไขการให้บริการ
ในการจองทัวร์กรุณา ชำระค่าทัวร์เต็มจำนวน พร้อมส่งสำเนาบัตรประชาชน หลังจากทำการจองทัวร์ 3 วัน หากไม่ชำระตามที่บริษัทกำหนด ขออนุญาตตัดที่นั่งเพื่อให้ลูกค้าท่านอื่นที่รอที่นั่งอยู่โดยอัตโนมัติ เมื่อท่านชำระเงินค่าทัวร์เรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทฯถือว่าท่านยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆที่ได้ระบุไว้ทั้งหมดนี้แล้ว

 

หมายเหตุ

หมายเหตุ

1.บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน เที่ยวบิน,ราคาและรายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

2.บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

3.รายการท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

4.บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ เช่น พายุไต้ฝุ่น ปฏิวัติและอื่นๆที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย, การถูกทำร้าย, การสูญหาย, ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ

5.ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นหากเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล หรือกรณีที่ท่านถูกปฏิเสธ การเข้าหรือออกเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งจากไทย และต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ

6.หากไม่สามารถไปเที่ยวในสถานที่ที่ระบุในโปรแกรมได้ อันเนื่องมาจากธรรมชาติ ความล่าช้า และความผิดพลาดจากทางสายการบิน จะไม่มีการคืนเงินใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทางบริษัทฯจะจัดหารายการเที่ยวสถานที่อื่นๆมาให้ โดยขอสงวนสิทธิ์การจัดหานี้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

7.ราคานี้คิดตามราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วเครื่องบินตามสถานการณ์ดังกล่าว

8.ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ, ไม่ทานอาหารบางมื้อ เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทางบริษัทฯได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนแบบเหมาขาดก่อนออกเดินทางแล้ว

9.ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรม และ/หรือ เกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของตัวนักท่องเที่ยวเอง

10.เนื่องจากตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วราคาพิเศษ เมื่อออกตั๋วไปแล้วในกรณีที่ท่านไม่สามารถเดินทางพร้อมคณะไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ตั๋วเครื่องบินไม่สามารถนำมาเลื่อนวันหรือคืนเงินได้

11.มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท  เว้น แต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น

12.เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด

ยกเลิกทัวร์และการคืนเงิน

การยกเลิก

** เนื่องจากราคาทัวร์นี้เป็นราคาโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบินการันตีการจ่ายเงินล่วงหน้าเต็ม 100%  เมื่อจองและชำระเงินแล้ว  ไม่สามารถยกเลิก,เลื่อน,เปลี่ยนผู้เดินทาง,ขอคืนเงินทุกกรณี  และเมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่งหรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น.