Menu Close

ทัวร์ อิตาลี 6 วัน 4 คืน เริ่ม 42,900 เดินทางโดยสารการบิน Air Italy

ราคาเริ่มต้น
฿42,900
รหัสทัวร์
สายการบิน Thai Airway
ระยะเวลา 6D4N
ประเทศ อิตาลี
ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

ซิงเควเทอร์เร่ ดินแดน 5 หมู่บ้าน

ชมเมืองมิลาน-เวโรน่า-ปาโดว่า-โบโลญญ่า-
ฟลอเร้นซ์-ลุกก้า-พอร์โตฟิโน่

ช้อปปิ้ง Fidenza Village Outlet

วันที่ กำหนดการ อาหาร โรงแรม
1
กรุงเทพฯ-มิลาน-เวโรน่า
เย็น
โรงแรมระดับ 4 ดาว
2
เวโรน่า-ปาโดว่า-โบโลญญ่า-พราโต้
เช้า, เที่ยง, เย็น
โรงแรมระดับ 4 ดาว
3
พราโต้-ฟลอเร้นซ์-ลุกก้า-ลาสเปเซีย-ซิงเควเทอร์เร่-เลอแวนโต้-เจนัว
เช้า, เที่ยง, เย็น
โรงแรมระดับ 4 ดาว
4
เจนัว-พอร์โตฟิโน-ช้อปปิ้ง Fidenza Village-มิลาน
เช้า, เที่ยง, เย็น
โรงแรมระดับ 4 ดาว
5
มิลาน-สนามบินมาร์เพ็นซ่า
เช้า
6
กรุงเทพฯ
วันเดินทาง ผู้ใหญ่ พักเดี่ยว เด็ก เตียงเสริม จองเลย
24-29 ม.ค. 2562
42,900
4,900
จอง
16-21 ก.พ. 2562
42,900
4,900
จอง
2-7 มี.ค. 2562
42,900
4,900
จอง
26-31 มี.ค.2562
42,900
4,900
จอง
จอง
42,900 4,900
จอง
42,900 4,900
จอง
42,900 4,900
จอง
42,900 4,900

รายละเอียด

วันที่ 1            กรุงเทพฯ-มิลาน-เวโรน่า

04.30 น.             นัดคณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4 ประตูหมายเลข 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบินแอร์อิตาลี  เจ้าหน้าที่พร้อมคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ

07.40 น.             นำท่านออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ  โดยสายการบินแอร์อิตาลี เที่ยวบินที่ IG932

14.20 น.             เดินทางถึงสนามบินมิลานมาร์เพ็นซ่า ประเทศอิตาลี  จากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวโรน่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองดังจากนิยายรักอมตะที่มีเค้าเรื่องความจริงของการขัดแย้งกันของ 2 ตระกูลอิทธิพลของเมืองนี้ โรมิโอและจูเลียส ฝีมือการประพันธ์ของ วิลเลียมเช็คสเปียร์ กวีชาวอังกฤษ ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ค่ำ                   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

 

 

วันที่2               เวโรน่า-ปาโดว่า-โบโลญญ่า-พราโต้

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินชมย่านเมืองเก่าของเวโรน่า ที่ยังคงสภาพบ้านเรือนแบบโบราณ ชม “จัตุรัสเออร์เบ” ที่รายล้อมไปด้วยคฤหาสน์, วังเก่าของตระกูลที่เคยปกครองเวโรน่า ระหว่างทาง นำท่านชมและถ่ายรูปภายนอก “บ้านของจูเลียต” ปัจจุบันหน้าบ้านจูเลียตคือร้าน Armani ชมระเบียงหินอ่อนเล็กๆ ที่จูเลียตเคยยืนอยู่ โดยมีโรมิโอมาคอยเฝ้าขอความรักอยู่ด้านล่างตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 27 ถนนแคปเปลโลในเมืองเวโรนา บริเวณบ้านมีรูปปั้นจูเลียตที่เป็นบรอนซ์ปั้นโดย N.Costantini ว่ากันว่าใครอยากสมหวังในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่หน้าอกของจูเลียต  นำท่านเดินผ่านชมอารีนา (Arena) สนามกีฬาโรมันโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์แบบไว้ไม่ด้อยไปกว่าโคลอสเซี่ยมที่กรุงโรม  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปาโดว่า Padova (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) หรือเมืองปาดัวในภาษาอิตาลี เมืองท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนอีกเมืองหนึ่งของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ในเขตของแคว้นเวเนโต้ 1 ใน 20 แคว้นที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี และยังเป็นแคว้นที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย และยังเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือของอิตาลี  จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมเมืองเก่า จัตุรัสปราโต้ เดลลา วัลเล หนึ่งในสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงและมีความงดงามมากแห่งหนึ่งของเมืองปาโดว่า และเป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลีและใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปอีกด้วย ให้ท่านเดินเล่นชมความงดงามของจัตุรัสที่ถูกล้อมรอบด้วยคลองเล็กๆ และสวนกว้างใหญ่ที่มีรูปปั้นของบุคคลที่มีชื่อเสียงกว่า 78 รูปปั้น ตั้งเรียงรายไปรอบๆ คลอง โดยรูปปั้นเหล่านี้ถูกสร้างนั้นโดยอังเดรีย เมมโม่ ตั้งแต่ช่วงยุคศตวรรษที่ 18 และเดินชมภายนอกมหาวิหารเซ้นต์แอนโทนี่หรืออันโตนิโอ Basilica of Saint Anthony อีกหนึ่งคริสตจักรที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองปาโดว่า โดยวิหารถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1232-1301 ตัวอาคารสร้างด้วยหินอ่อนที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างโกธิค-บาร็อคและโรมัน ปัจจุบันวิหารนี้ได้กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางของนักแสวงบุญจากทั่วทุกมุมโลก ท่านสามารถพักผ่อนดื่มกาแฟจากร้านกาแฟที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในร้านกาแฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดบร้านตั้งอยู่บริเวณกลางใจเมืองปาโดว่า ในอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 19

กลางวัน                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย                  นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบโลญญ่า Bologna เมืองหลวงของแคว้นเอมิเลียโรมัญญา 1 ใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโปกับเทือกเขาอัลเพนไพน์ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในเมืองยุคกลางที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดคือ Alma Mater Studiorum เดินชมบริเวณจัตุรัสมัจโจเร่ Piazza Maggiore จัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า ที่ล้อมรอบด้วยโบสถ์ซานเปโตรนิโอ ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่นักบุญเปโตรนิโอพระสังฆราชองค์แรกของโบโลญญ่า รวมถึงซิตี้ฮอลล์หรือศาลาว่าการเมือง ลานน้ำพุเทพเนปจูนและอาคารปาวาซโซ่ เดล โพเดสตา ให้ท่านเดินเล่นชมเมืองและถ่ายรูปตามอัธยาศัย  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองพราโต้ Prato (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)  เมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่งในแคว้นทัสคานี ตั้งอยู่บนระดับความสูง 768 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ในแคว้นทัสคานี และใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากกรุงโรมและฟลอเร้นซ์

ค่ำ                     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

 

 

วันที่3        พราโต้-ฟลอเร้นซ์-ลุกก้า-ลาสเปเซีย-ซิงเควเทอร์เร่-เลอแวนโต้-เจนัว

เช้า            รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเร้นซ์ นครที่รุ่งเรืองสุดในช่วงยุคทองของศิลปะอิตาลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)  นำท่านเดินเข้าสู่ เขตเมืองเก่า ของฟลอเร้นซ์ ที่ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1982 เดินชมความสวยงามบริเวณ จัตุรัสดูโอโม ทีตั้งของ มหาวิหารแห่งเมืองฟลอเร้นซ์ ที่สวยงามและยิ่งใหญ่ ชมจัตุรัสซิกนอเรีย, สะพานเก่าเวคคิโอ ที่ทอดข้ามแม่น้ำอาร์โน ซึ่งอดีตเป็นแหล่งขายทองคำที่เก่าแก่ของฟลอเร้นซ์และยังคงอนุรักษ์ บรรยากาศแบบดั่งเดิมไว้ได้อย่างดี ชมทัศนียภาพของตัวเมืองที่มีแม่น้ำอาร์โน ไหลผ่านนครที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมโบราณไว้อย่างน่าชื่นชม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลุกก้า Lucca (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองยุคกลางตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงหนือของอิตาลี และได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งดนตรี ซึ่งเมืองลุกก้าแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆ ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสมัยเรอแนสซองส์อันยิ่งใหญ่อลังการและเป็นดินแดนที่ได้รับการอนุรักษณ์ไว้อย่างดีซึ่งเต็มไปด้วยหอคอยในยุคกลาง อาคารสีสันพาสเทล จัตุรัสขนาดใหญ่ ถนนหินกรวดและโบสถ์สไตล์โรมาเนสก์ให้ท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าแก่ที่ Piazza Anfiteatro จัตุรัสรูปวงรีที่สร้างตามรูปร่างของอัฒจันทร์โรมัน และถ่ายรูปกับอาคารสวยงามต่างๆ ที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมือง ลา สเปเซีย La Spezia เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของประเทศอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัวและปิซ่า บริเวณอ่าวลิกูเรีย หนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้าและการทหาร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย                  นำท่านเปลี่ยนการเดินทางต่อโดยรถไฟสู่เมืองซิงเควเทอร์เร่ Cinque Terre หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ที่มีความหมายว่า ดินแดนทั้งห้า The Five Land หรือดินแดนแห่งความงดงาม ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ประกอบไปด้วย 5 หมู่บ้าน ที่ซ่อนตัวเองอยู่ห่างไกลจากสายตาของคนภายนอก แผ่นดินที่ยากจะเข้าถึงได้โดยง่าย ได้แก่ Monterosso Al Mare, Vernazza Corniglia, Manarola และ Riomaggiore โดยทั้ง 5 หมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบ มีแม่น้ำเป็นฉากด้านหน้า ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความสวยงามตามธรราชาติราวกับภาพวาดของจิตรกรเอก ประกอบกับเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย ซึ่งหมู่บ้านทั้งห้านี้ยังคงสภาพดั้งเดิมมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 นำท่านเดินเล่นชมความงามของหมู่บ้านที่มีสีสันสวยงาม สร้างลดหลั่นกันตามเนินผาริมทะเล ให้ท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ Riomaggiore หมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่มีเสน่ห์และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอควอยส์ โดยเฉพาะในฤดูร้อน ให้ท่านได้ถ่ายรูปตามอัธยาศัย และเดินชมหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง มอนเตรอสโซ่ Monterosso Al Mare หมู่บ้านที่ใหญ่และขึ้นชื่อที่สุด เนื่องจากเป็นเพียงหมู่บ้านเดียวที่มีชายหาดให้นักท่องเที่ยวลงไปนั่งเล่นพักผ่อนได้จริง และคึกคักมากในช่วงฤดูร้อน มอนเตรอสโซแบ่งหมู่บ้านออกเป็น 2 ด้าน หากนับจากสถานีรถไฟ ด้านทิศเหนือเป็นส่วนของบ้านตากอากาศ มีร้านค้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนทิศใต้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน จะไปทางด้านทิศใต้นั้นต้องเดินลอดอุโมงค์ที่เจาะผ่านช่องเขาเข้าไปตัวชุมชนที่นี่เป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุด และเป็นชุมชนแรกที่ก่อตั้งขึ้นในบรรดา 5 หมู่บ้าน เดินชมภายนอกวิหารนักบุญจอห์นเดอะแบ็พทิสต์ Chiesa di San Giovanni Battista สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13-14 เป็นโบสถ์เล็กๆ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค  ทำจากหินอ่อนสลับสีขาวดำเป็นลายขวางพาดตัววิหารทั้งด้านนอกและด้านใน มีเวลาให้ท่านถ่ายภาพงดงามตามอัธยาศัย  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองเลอเวนโต้ Levento เมืองริมทะเลอิตาเลี่ยนริเวียร่า รถโค้ชรับที่เมืองเลอแวนโต้ นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเจนัว Genoa (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เมืองท่าทางการค้าทางทะเลที่สำคัญทางตอนเหนือของอิตาลีถือเป็นเมืองท่าที่สำคัญยิ่งเปรียบประดุจเส้นเลือดใหญ่ของประเทศมาอย่างยาวนาน มีความรุ่งเรืองอย่างยิ่งในอดีตจนถึงศตวรรษที่ 18 ถูกกองทัพของจักรพรรดิ์นโบเลียนบุกเข้ายึดครองและผนวกดินแดนแห่งนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศส แต่เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เมื่อนโปเลียนเสื่อมอำนาจลง เจนัวได้มีโอกาสกลับมาฟื้นฟูบ้านเมืองและกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอิตาลีอีกครั้งจวบจนปัจจุบัน ปัจจุบันเจนัวเป็นเมืองที่สามารถทำรายได้เข้าประเทศได้เป็นอย่างเสมอต้นเสมอปลายทั้งเป็นเมืองท่าสำคัญและเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ ได้แก่ เฟียต อัลฟ่าโรมิโอ แลนเซีย เป็นต้น

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

 

 

วันที่4           เจนัว-พอร์โตฟิโน-ช้อปปิ้ง Fidenza Village-มิลาน

เช้า               รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านนั่งรถผ่านชมเมืองเจนัว เมืองบ้านเกิดของนักเดินเรือชื่อดังผู้ค้นพบทวีปอเมริกา คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ประกอบกับเจนัวมีบ้านเรือนแบบคลาสสิคโรมันย้อนยุค มีโบสถ์เก่าแก่ สวนสวยประดับอยู่ทั่วเมือง ผ่านชมอาคารสวยงามต่างๆ โบสถ์ประจำเมืองหรือดูโอโม่ที่สร้างขึ้นแบบโรมาเนสก์และโกธิค น้ำพุกลางเมือง ท่าเทียบเรือบริเวณอ่าวเจนัว มีเรือใบจอดอยู่มากมายประกอบกับอาคารโดยรอบสวยสดงดงาม ประภาคารสูงตระหง่าน จัตุรัสเปียซซ่า เฟอร์รารี่ ถือเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดในอิตาลี ซึ่งเคยเป็นสถานที่ที่โคลัมบัสเคยอาศัยอยู่เมื่อครั้งเป็นเด็ก ผ่านชมพระราชวังซานจิออร์จิโอ Palazzo San Giorgio มีความโดดเด่นของภาพวาดที่ มองแล้วคล้ายภาพนูนต่ำและมหาวิหารเจนัว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองราพัลโล่ Rapallo เมืองริมทะเลอิตาเลี่ยนริเวียร่า ที่ได้รับความนิยมจากชาวยุโรป (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ผ่านชมความงดงามของโบสถ์เซ้นต์มาร์ติน โบสถ์ขนาดใหญ่ของเมือง ผ่านชมปราสาทและป้อมปราการของเมืองที่ในอดีตเคยใช้เป็นแนวกำแพงป้องกันข้าศึก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์และเป็นจุดชมวิวของเมือง ผ่านชมโบสถ์ซานต์จอร์โจแม็กจอเร่ คริสตจักรในนิกายเบเนดิก โบสถ์ที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวในสไตล์คลาสสิคเรอแนสซองส์

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อสู่เมืองพอร์โตฟิโน Portofino เมืองท่าแห่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดของเจนัว เดิมที่เป็นเพียงเมืองชาวประมงที่มีเรือเล็กๆ คอยหาปลาเลี้ยงชีพเท่านั้น ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาเกิดขึ้น จากเมืองเล็กๆ กลายเป็นเมืองตากอากาศในปัจจุบัน มีที่พักและเรือยอร์ชสุดหรู และร้านค้าคาเฟต์เกิดขึ้นมากมาย ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวรรค์แห่งเมืองท่า” ซึ่งเป็นเมืองที่มีสเน่ห์และความน่ารักในตัวเองปัจจุบันเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงมาก ให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มีเรือยอร์ชจอดเรียงราย หรือเลือกถ่ายรูปกับปราสาทและป้อมปราการ Castello Brown ยุคศตวรรษที่ 16 ซึ่งปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งของเมือง

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย                  นำท่านเดินทางต่อสู่ ฟิเดนซ่า Fidenza (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) นำท่านแวะช้อปปิ้ง Fidenza Village Outlet แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำในราคาพิเศษ อาทิ Armani, Prada, Michael Kors, Paul Smith, Nike, Calvin Klein, Fossil, Furla, Diesel, Valentino, Vasace, Dolce & Gabbana, Polo Ralph Lauren, Guess, Timberland, Coach, New Balance, Asics, Camper, Samsonite, Swatch เป็นต้น สมควรแก่เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน หรือมิลาโน Milan เมืองหลักของแคว้นลอมบาร์เดียและเป็นเมืองสำคัญทางภาคเหนือของประเทศอิตาลี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับนิวยอร์ค  ปารีส  ลอนดอน และโรม นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักในด้านอุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) นำชมจัตุรัสสกาล่าและรูปปั้นดาวินชี และให้ท่านถ่ายรูปและชมความยิ่งใหญ่ภายนอกของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลานหรือมิลานดูโอโม มหาวิหารหินอ่อนแบบโกธิคที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในยุโรป สร้างในปี ค.ศ.1386 ด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิคผสมผสานกันเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี มีความวิจิตรงดงามและประดับประดาไปด้วยรูปปั้นนับกว่า 3,000 รูป มีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135 ยอด บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ มีลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ทรงม้าคือสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ ในบริเวณเดียวกันยังเป็นที่ตั้งของ แกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งอาเขตที่สวยที่สุดในอิตาลี มากว่า 100 ปี พร้อมถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของ ลิโอนาร์โด ดาร์วินชีจิตรกรเอกที่โด่งดังจากภาพโมนาลิซ่า

นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม จากนั้นให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

 

 

 

วันที่5             มิลาน-สนามบินมาร์เพ็นซ่า

เช้า                รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

          นำท่านเช็คเอ๊าที่พัก และนำท่านเดินทางสู่ Sforza Castle ป้อมปราการแห่งมิลานที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในยุโรปสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยฟรานเซสโก้ สฟอร์ซา ดยุคแห่งมิลานต่อมาได้มีการบูรณะเพิ่มเติมในช่วง ศตวรรษที่ 16 ละ 17 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่เก็บงานศิลปะ นำท่านเดินชมภายนอกของป้อมปราการ

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินมาร์เพ็นซ่า มิลาน เผื่อเวลาให้ท่านสำหรับการทำคืนภาษี

13.05 น.              นำท่านออกเดินทางจากสนามบินมาร์เพ็นซ่า โดยสายการบินแอร์อิตาลี เที่ยวบินที่ IG931

 

 

 

วันที่6               กรุงเทพฯ

05.45 น.           เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวมบริการ

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยสายการบินแอร์อิตาลี ชั้นประหยัด เส้นทาง กรุงเทพฯ-มิลาน-กรุงเทพฯ
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  • ค่าโรงแรมที่พักตามรายการที่ระบุ (สองท่านต่อหนึ่งห้อง)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ, ค่าอาหารและเครื่องดื่ม, ค่ารถรับ-ส่งนำเที่ยว ตามรายการที่ระบุ
  • ค่ามัคคุเทศก์หรือหัวหน้าทัวร์ของบริษัทจากกรุงเทพฯ ที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่านตลอดการเดินทางในต่างประเทศ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาทซึ่งเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และผู้ใหญ่อายุเกิน 75 ปีได้รับความคุ้มครอง 500,000 บาท
  • ค่าภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าประกันภัยการเดินทางที่มีการเรียกเก็บจากสายการบิน ซึ่งเป็นอัตราเรียกเก็บ ณ วันที่ 5 ต.ค.2561 หากมีเพิ่มเติมภายหลังหรืออัตราการผกผันค่าน้ำมันหรือภาษีใดๆ จะต้องมีการชำระเพิ่มตามกฏและเงื่อนไขของสายการบิน
 

อัตรานี้ไม่รวมบริการ

  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กิโลกรัมต่อท่าน)
  • ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง
  • ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าเชงเก้นและค่าบริการการนัดหมายและงานด้านเอกสาร ท่านละ 3,500 บาท (ชำระพร้อมค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนออกเดินทาง)
  • ค่าทิปพนักงานขับรถในระหว่างการเดินทางและค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นตามเขตพระราชวังและเขตเมืองเก่าและค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย ท่านละ 1,500 บาท (ชำระพร้อมค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนออกเดินทาง)
  • ค่าบริการพนักงานยกกระเป๋าทุกแห่ง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเองค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีดฯลฯ
  • ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าน้ำดื่มระหว่างทัวร์ (ไม่มีการแจกน้ำดื่มระหว่างทัวร์)
  • ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
  • ค่าประกันภัยการเดินทางที่นอกเหนือจากรายการทัวร์

การชำระเงิน

การชำระเงิน

ทางบริษัทฯ จะขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวน 20,000 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน สำหรับการจองทัวร์ส่วนที่เหลือจะขอเก็บทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วันทำการ มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่ามัดจำทั้งหมด

หมายเหตุ

หมายเหตุ

  • รายการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมืองและภัยธรรมชาติ ฯลฯ บริษัทฯจะคำนึงถึงความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • กรณีที่มีการเกิดภัยธรรมชาติ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่ผู้เดินทางกำลังจะไป หากมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นและมีเหตุทำให้การเดินทางไม่สามารถออกเดินทางตามกำหนดได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากสายการบิน โรงแรม หรือหน่วยงานจากต่างประเทศที่บริษัททัวร์ติดต่อว่าสามารถคืนเงินได้
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบและชดเชยค่าเสียหาย เนื่องจากภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์จลาจลต่างๆ และอื่นๆ ที่มีเหตุทำให้ไม่สามารถเดินทางไป-กลับได้ตามกำหนดการเดินทางของรายการทัวร์
  • บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองห้ามผู้เดินทาง เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย  หรือด้วยเหตุผลใดๆก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมดหรือบางส่วน
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่สถานทูตงดออกวีซ่า อันสืบเนื่องมาจากตัวผู้โดยสารเอง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยงดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อกรณีเกิดการสูญเสีย, สูญหายของกระเป๋า และสัมภาระของผู้โดยสาร อันเกิดจากสายการบิน ทางสายการบินผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎของกรมการบินพาณิชย์ ซึ่งจะรับผิดชอบต่อการสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระใบใหญ่ในวงเงินตามที่สายการบินกำหนด รวมถึงไม่รับผิดชอบกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องมีบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • ในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป มีการรณรงค์เรื่องการงดสูบบุหรี่ บนรถโค้ช, โรงแรม และสถานที่ต่าง ๆ จะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนในเรื่องการสูบบุหรี่ และมีสถานที่โดยเฉพาะสำหรับผู้สูบบุหรี่ ทั้งนี้เนื่องจากสุขภาพของคนส่วนรวม
  • กรณีที่ท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกในการเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4 – 5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
  • การจัดโปรแกรมทัวร์ เป็นการกำหนดตลอดทั้งปี หรือกำหนดล่วงหน้าค่อนข้างนาน หากวันเดินทางดังกล่าวตรงกับวันที่สถานที่เข้าชมนั้นๆ ปิดทำการ หรือ ปิดโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า หรือ การเปิดรับจองผ่านทางออนไลน์ โดยในวันที่คณะจะเข้าชมไม่สามารถจองผ่านระบบดังกล่าวได้ ทางบริษัทฯ จะสลับรายการเพื่อให้ท่านได้เข้าชมสถานที่ดังกล่าวให้ได้ หรือ คืนเงินค่าเข้าชมนั้น ๆ ตามเงื่อนไขราคาที่ได้รับจากทาง บริษัท supplier ประเทศนั้นๆ แต่หากมีการล่าช้า หรือ เหตุหนึ่งเหตุใดในระหว่างการเดินทาง เป็นผลทำให้ท่านไม่สามารถเข้าชมสถานที่ดังกล่าวได้ ทางบริษัทฯ จะไม่มีการคืนเงินใดๆ ให้แก่ท่าน เนื่องจากได้ชำระค่า Reservation Fee ไปแล้ว
  • หากช่วงที่เดินทางเป็นช่วงอีสเตอร์, คริสมาสต์หรือปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดของชาวยุโรป ร้านค้าปิดเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นขอให้พิจารณาก่อนการจองทัวร์

ยกเลิกทัวร์และการคืนเงิน

การยกเลิก

  • หากมีการยกเลิกเกิน 45 วันทำการแต่ไม่เกิน 90 วันทำการ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินมัดจำค่าตั๋วโดยสารของท่านนั้นๆ (เงื่อนไขค่ามัดจำตามที่ทางสายการบินเรียกเก็บ)
  • หากมีการยกเลิกน้อยกว่า 45 วันทำการ บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินมัดจำทั้งหมด
  • หากมีการยกเลิกน้อยกว่า 15 วันทำการ บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด
  • หากผู้โดยสารท่านใด ยื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ ผู้โดยสารต้องชำระค่ามัดจำ 20,000.- บาท และค่าวีซ่าตามที่สถานทูตเรียกเก็บ
  • หากผู้โดยสารท่านใดวีซ่าผ่านแล้วแจ้งยกเลิกก่อนออกตั๋วโดยสารเครื่องบินบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่ามัดจำ
  • หากผู้โดยสารแจ้งยกเลิกการเดินทางหลังจากออกตั๋วโดยสารแล้ว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด