Menu Close

ทัวร์ยุโรป Tulip Festival Gemany Belgium Netherland 8D5N เริ่ม 43,900 เดินทางโดยสายการบิน emirates (EK)

ราคาเริ่มต้น
฿43,900
รหัสทัวร์ 4275
สายการบิน emirates
ระยะเวลา 8D5N
ประเทศ emirates
ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

**ชมทิวลิป ณ สวนเคอเคนฮอฟ**

เเฟรงก์เฟริ์ต โคโลญ บรัสเซลส์ จัตุรัสกรองปราซ อัมสเตอร์ดัม เทศกาลดอกทิวลิป หมู่บ้านซานว์สคันส์ หมูบ้านประมงโวเลนดัม
**ไม่รวมค่าวีซ่า 3,500 บาท เเละค่าทิป

วันที่ กำหนดการ อาหาร โรงแรม
1
สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ
2
ดูไบ - แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์
เที่ยง, เย็น
Plaza frankfurt congress hotel หรือระดับเดียวกัน
3
โคโลญ – มหาวิหารโคโลญ - Designer Outlet Roermond
เช้า, เย็น
Mercure hotel koeln west หรือระดับเดียวกัน วันที่สี่
4
โคโลญญ์ – บรูจจ์ - เกนท์
เช้า, เที่ยง, เย็น
Leopold Oudenarde หรือระดับเดียวกัน
5
Oudenaarde – บรัสเซลส์ – รอตเทอดาม – อัมสเตอร์ดัม - Lelystad
เช้า, เที่ยง, เย็น
Bedbank Apollo หรือระดับเดียวกัน
6
Lelystad – กีร์ธฮอร์น – อัมสเตอร์ดัม – ล่องเรือกระจก – โรงงานเจียระไนเพชร Gassan - Lelystad
เช้า, เที่ยง, เย็น
Bedbank Apollo หรือระดับเดียวกัน
7
Lelystad – ลิซเซ่ – สวนเคอเคนฮอฟ – โวเลนดัม – หมู่บ้านกังหัน ซานน์สคันส์ – อัมสเตอร์ดัม (สนามบิน)
เช้า, เที่ยง
8
ดูไบ – กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ
วันเดินทาง ผู้ใหญ่ พักเดี่ยว เด็ก เตียงเสริม จองเลย
24 - 31 มี.ค. 62
43,900
10,000
41,900
43,900
จอง
จอง
43,900 41,900 10,000 43,900

รายละเอียด

วันแรก             สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ

17.00 น.           พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก

20.35 น.         ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่สอง           ดูไบ  – แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์

00.50 น.         แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

03.20 น.          ออกเดินทางสู่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK43 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

07.35 น.          เดินทางถึงเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะออกเดินทางเข้าสู่ตัว เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางการเงินของประเทศ เป็นที่ตั้งของทั้งตลาดหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ส่วนอีกด้านก็คือการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกแห่งของโลกเช่นกัน แฟรงก์เฟิร์ตเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทั้งเครื่องบิน รถยนต์และรถไฟครบถ้วนกระบวนความ อลังการไม่แพ้เมืองหลวงอย่างเบอร์ลินเลย แฟรงก์เฟิร์ตมีอาคารสูงละลานตาสลับฉากกับพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่ล้วนแต่เป็นอาคารที่บูรณะจากของเก่า มากมายไปด้วยความทันสมัยผสมความโบราณคลาสสิก มี “แม่น้ำไมน์” (Main) ไหลผ่านเมืองและเป็นเส้นแบ่งให้แฟรงก์เฟิร์ตแยกเป็นฝั่งเหนือและฝั่งใต้ ทางการแฟรงก์เฟิร์ตจงใจแยกความเป็นเมืองเก่าไว้ฝั่งใต้ โดยมีฝั่งเหนือเป็นศิวิไลซ์แห่งป่าคอนกรีต คราคร่ำไปด้วยย่านธุรกิจ อาคารสูงระฟ้าจำนวนมากทำให้แฟรงก์เฟิร์ตได้รับฉายาว่าเป็น “แมนฮัตตันแห่งเยอรมนี” เนื่องจากการมีทัศนียภาพคล้ายกับย่านแมนฮัตตันของสหรัฐอเมริกานั่นเอง นำท่านสู่ จัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) จัตุรัสที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดของเมืองซึ่งได้รับการบูรณะจนลบภาพเก่าๆ ที่เคยเสียหายยับเยินจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังโดดเด่นอย่างที่สุดจาก “อนุสาวรีย์เทพธิดา” ที่ยืนตระหง่านในอิริยาบทมือขวาถือดาบมือซ้ายถือตาชั่ง โดยมีอาคารที่สวยงามในสไตล์นีโอโกธิกชื่อว่า เรอเมอร์ (Romer) เป็นฉากหลัง ยังมี โบสถ์นิโคไลเคียร์เคอ (Nikolaikirche) ที่ตั้งชื่อตามชื่อของ นักบุญนิโคลัส (Nikolaus) ที่ชาวเมืองให้ความศรัทธาเพราะเชื่อว่าท่านปกป้องคุ้มครองให้เมืองรอดพ้นจากภัยธรรมชาติ รวมทั้ง โบสถ์พอลเคียร์เคอ (Paulskirche) ที่เพิ่งสร้างในปี 17892 และใช้เวลานานถึง 44 ปี ซึ่งเสียหายอยู่ไม่น้อยจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ส่วนที่เหลือรอดมาก็มีพอสมควร ทางการบูรณะเพิ่มเติมก็สวยงามดังที่เห็นถึงปัจจุบัน ในบางโอกาสใช้เป็นสถานที่จัดดนตรีและงานสำคัญอื่นๆ ของเยอรมนีด้วย

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                        อิสระช้อปปิ้งย่านถนน Zeil ทุกสิ่งที่ต้องการทุกอย่างที่กำลังค้นหาอยากซื้อมีอยู่ครบบนถนนสายนี้ เพราะเป็นย่านถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในเยอรมนี เพราะฉะนั้นจำนวนร้านค้ามากมายจึงเรียงรายกันยาวเหยียดไปจนสุดถนน ถนน Zeil เป็นย่านช้อปปิ้งหลักของแฟรงก์เฟิร์ต มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อยู่บนถนนเส้นนี้หลายแห่ง เช่น “Galeria Kaufhof” ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ และสินค้าที่มีจำหน่ายจะเป็นแบรนด์เนมเสียส่วนใหญ่ รวมทั้ง “My Zeil” ห้างสรรพสินค้าที่เปิดตัวไปในปี 2009 เป็นห้างฯ 7 ชั้นที่มีขนาดใหญ่และอลังการด้วยสินค้าทั้งแบรนด์เนมและแบรนด์ทั่วไป มีร้านค้าย่อยและร้านอาหารอีกมากมายแบบครบวงจร แถมบนชั้น 7 ยังมีจุดชมวิวอีกด้วย

เย็น                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Plaza frankfurt congress hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม          โคโลญ – มหาวิหารโคโลญ – Designer Outlet Roermond

เช้า                  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโลญ (Cologne) อีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่มีความสำคัญด้านการเป็นศูนย์กลางการค้าเชื่อมระหว่างยุโรปตะวันออกและตะวันตก ด้วยการที่เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี ทำให้เมืองโคโลญอัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์อย่างเต็มเปี่ยม ตัวเมืองงดงามด้วยอาคารและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ตั้งแต่ช่วงยุคกลางและเรเนสซองซ์ นอกจากนี้โคโลญยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี และติดอันดับต้นๆ ของยุโรปอีกด้วย นำท่านถ่ายรูปด้านหน้า มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) หนึ่งในแลนด์มาร์กประจำเมืองโคโลญ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมาตั้งแต่เริ่มสร้างในช่วงศตวรรษที่ 13 ตัวโบสถ์นั้นมีขนาดใหญ่และโดดเด่นด้วยหอคอยแฝดสูงเกือบ 157 เมตร งดงามด้วยศิลปะสไตล์โกธิค ตกแต่งด้วยรูปปั้นนักบุญแสนประณีต ด้วยการเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเยอรมนีและยุโรปทำให้มหาวิหารโคโลญได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปเรียบร้อยแล้วเมื่อปี 1996

เที่ยง                อิสระอาหารกลางวัน

                        อิสระช้อปปิ้งที่ Designer Outlet Roermond หนึ่งในแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำพร้อมด้วยบรรยากาศน่าเดิน แถมมากด้วยสินค้าแบรนด์เนมให้ดูและเลือกช้อปกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า หรือรองเท้า แบรนด์ Gucci, Armani, Calvin Klein, Burberry, Diesel และอีกมากมาย

เย็น                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure hotel koeln west หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่               โคโลญญ์ – บรูจจ์ – เกนท์

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางออกจากเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี มุ่งหน้าไปยัง ประเทศเบลเยียม โดยจุดหมายของเราอยู่ที่ เมืองบรูจจ์ (Brugge) บรูจจ์เป็นเมืองเล็กริมทะเลสาบที่มีทรงเป็นเหมือนรูปไข่ขนาดประมาณ 138 กว่าตารางกิโลเมตร โดยรอบเมืองจะมากด้วยลำคลองน้อยใหญ่ที่ซอกซอนอยู่ทั่วเมือง ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำและเมืองแห่งอาคารสวยร่ำรวยโบสถ์วิหารดังเช่นที่ใครๆ พากันมอบสมญานามให้กับบรูจจ์ว่า “เวนิสแห่งยุโรปเหนือ”

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เที่ยวชมบรรยากาศสวยๆ ของเมืองบรูจจ์ พร้อมชมแลนด์มาร์กเด่นๆ ของเมืองไม่ว่าจะเป็น มาร์เก็ต สแควร์ (Market Square) ย่านใจกลางเมืองบรูจจ์เหมาะทั้งจะเดินเที่ยว นั่งรถม้าหรือนั่งเรือชมคลองที่มีอยู่มากมายหลายสาย มีอาคาร สถาปัตยกรรมแบบโกธิก บารอก เรเนซองส์ปะปนกันอยู่ละลานตาบอกได้เพียงสั้นๆ ว่าสวยงามมาก ออกเดินทางต่อไปยังเมือง เกนท์ (Ghent) หนึ่งในเมืองใหญ่ของเบลเยียม ที่ยังอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนเก่าแก่เอาไว้ สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมจากยุคกลาง และโบสถ์เก่าแก่ เราจะได้เห็นปราสาทเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง ปราสาทกราเวนสตีน (Gravensteen) ที่เคยเป็นทั้งที่อยู่อาศัยของขุนนาง ศาลาว่าการ และคุก ปัจจุบันได้ถูกบูรณะและให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมภายใน และที่ใจกลางเมืองเก่าเกนท์เราจะได้เห็น โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St. Nicholas’s Church) โบสถ์ขนาดใหญ่อลังการและมากด้วยประวัติศาสตร์สำคัญ โบสถ์เซนต์นิโคลัสนี้มีอายุกว่า 700 ปี สวยสง่าด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค มาที่เมืองเกนท์ก็ต้องมาชมโบสถ์นิโคลัสนี่ละ จากโบสถ์เซนต์นิโคลัส เดินไปอีกนิดก็จะเจอกับหอคอยสูงใหญ่ของ มหาวิหารเซนต์บาโว (St. Bavo’s Cathedral) โบสถ์โบราณที่สามารถย้อนประวัติไปได้กว่า 1,000 ปี แต่ยังงดงามด้วยการตกแต่งและออกแบบในศิลปะสไตล์โกธิค ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินเมืองเกนท์ที่ไม่ควรพลาด

เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Leopold Oudenarde หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า             Oudenaarde – บรัสเซลส์ – รอตเทอดาม – อัมสเตอร์ดัม – Lelystad

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                        ออกเดินทางด้วยรถโค้ชสู่เมือง บรัสเซลส์ (Brussels) ศูนย์กลางการบริหารและพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ องค์กรระหว่างประเทศ และเป็นศูนย์รวมสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่จนถึงใหม่ร่วมสมัย จะเดินเท้าชมพิพิธภัณฑ์ก็มีมากมายชมวันเดียวไม่มีหมด ถ้าเป็นแหล่งช้อปปิ้งก็ยิ่งไม่ต้องขยายความเพราะมีมากทั้งตลาดจนถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แต่มาถึงเบลเยียมก็ต้องแวะไปชมจัตุรัสที่ได้ชื่อว่า สวยที่สุดในโลก จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (Grong Plas) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้เมื่อปี 1983 แต่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ล้อมด้วยบรรดาอาคารเก่าที่ออกแบบสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมบารอก โกธิกและนีโอโกธิก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นอาคารสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ครึกครื้นเพราะมีร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ศิลปินวาดภาพ กลางลานจัดเป็นเหมือนตลาดขายต้นไม้ดอกไม้ ท่ามกลางความสวยงามของอาคารต่างๆ รอบจัตุรัสกรองด์ ปลาซแล้ว ศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ (Brussels Town Hall) ยังเป็นอีกสิ่งก่อสร้างหนึ่งประจำเมืองที่สวยงามโดดเด่นและน่าสนใจ ตัวอาคารก็ว่าสวยแล้วจากการตกแต่งอย่างละเอียดให้ทุกมุมประดับประดาตัวรูปปั้นนักบุญทั้งหลาย เชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ไปเที่ยวบรัสเซลลส์โดยเฉพาะในย่านจัตุรัสกรองด์ ปลาซเป็นต้องพากันไปชม แมนเนเกน พิส (Manneken Pis) รูปหล่อเด็กน้อยเปลือยกายสูงเพียงประมาณ 60 เซนติเมตรที่ดังระเบิดไปทั่วโลกด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเพราะเจ้าเด็กคนนี้อยู่ในอิริยาบทที่กำลังยืนฉี่ชวนให้อมยิ้มด้วยความน่าเอ็นดูเมื่อได้พบเห็น

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                        แล้วก็ได้เวลาต้องโบกมือลาเมืองบรัสเซลส์ เพื่อไปเที่ยวกันต่อที่เมือง รอตเทอดาม (Rottedam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลกและเป็นจุดเทียบท่าของเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำให้เมืองรอตเทอดามมีความทันสมัยและมากด้วยอาคารสวยแปลกตา และเราก็ไม่พลาดที่จะไปเที่ยวชมและเช็คอินทั้ง สถานีเซ็นทรัล (Centraal Station) ศูนย์กลางการคมนาคมของเมืองรอตเทอดาม พร้อมทั้งออกแบบอาคารให้ดูสวยทันสมัยทีเดียว ตลาดรอตเทอดาม (De Markthal) ตลาดกลางเมืองที่มากมายด้วยสินค้าและอาหารหลายชนิด จุดเด่นของตลาดแห่งนี้คือหลังคาที่สร้างขึ้นครอบตลาด ให้ผู้คนได้มาเลือกซื้อไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร และเมื่อตกเย็นที่เพดานจะมีการเล่นแสงสีต่างๆ สวยงามอลังมาก

                        แล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังเมือง อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์

เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank Apollo หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก            Lelystad – กีร์ธฮอร์น – อัมสเตอร์ดัม – ล่องเรือกระจก – โรงงานเจียระไนเพชร Gassan – Lelystad

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                        นั่งรถโค้ชไปยังเมืองแห่งคลอง กีร์ธฮอร์น (Giethoorn) เมืองที่ไม่มีรถราให้เห็น จะมีก็แต่เรือภายในเมืองเท่านั้น เมืองนี้ไม่มีถนนให้รถแล่นไปมา เพราะเมืองทั้งเมืองจะมีแต่แม่น้ำลำคลองซอกซอนไปในตรอกซอย เสน่ห์ของเมืองนี้คือไม่ว่าเราจะไปไหนมาไหนก็ต้องไปด้วยเรือ นอกเหนือจากเรือก็จะมีจักรยาน แต่นั่งเรือชมคลองนี่แหละเหมาะกับการเที่ยวกีร์ธฮอร์นที่สุดแล้ว ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังกีร์ธฮอร์นมากอยู่เหมือนกันและก็มักจะนั่งเรือสวนกันไปมาในคลองเมื่อยามเที่ยวชมเมือง ล่องเรือชมคลองท่ามกลางแนวทิวทัศน์สองข้างทางที่เป็นสนามหญ้า สวน อาคารบ้านเรือน ร้านค้า ร้านกาแฟ พิพิธภัณฑ์ เรือจะพาเราฝ่าสายน้ำในคลองให้ได้สัมผัสสายลมเย็นที่สวนมาเบาๆ ให้พอชื่นใจ ลอดใต้สะพานไม้กว่า 180 แห่งที่สร้างไว้สำหรับเดินข้ามสองฝั่งคลอง

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                        เดินทางกลับสู่เมือง อัมสเตอร์ดัม เมืองสวยที่ตั้งอยู่ริม “แม่น้ำอัมสเตล” (Amstel River) อัมสเตอร์ดัมน่าจะเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ได้รับฉายาเป็น “เมืองหลวงแห่งจักรยาน” เพราะประชากรในอัมสเตอร์ดัมใช้จักรยานเป็นพาหนะประจำตัว ซอกซอยทั่วอัมสเตอร์ดัมมีของดีเต็มไปหมด ทั้งร้านสินค้าที่ระลึก ร้านกาแฟเก๋ๆ พิพิธภัณฑ์ หรือแวะนั่งเล่นในสวนสาธารณะก็ยิ่งเพลินจนอาจจะลืมเวลาไปเลย เมืองอัมสเตอร์ดัม นอกจากจะสำคัญด้วยการเป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว ยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่มากทั้งด้วยประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวมากมายโดยเฉพาะที่ จัตุรัสดัม (Dam Square) ที่เปรียบได้กับใจกลางเมืองอัมสเตอร์ดัม เป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ที่กลางจัตุรัสจะมีอนุสาวรีย์แห่งชาติ ที่ระลึกแห่งผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ นำทุกท่าน ล่องเรือกระจก ล่องไปตามแม่น้ำไรน์เพื่อได้ชมเมืองในอีกมุม เห็นย่านไชน่าทาวน์ ผ่านย่านชุมชนชาวยิวที่เคยอพยพมาจากทั่วยุโรปแล้วมาตั้งรกรากในยุคกลาง หนึ่งในความสามารถที่โดดเด่นของชาวยิวในเนเธอร์แลนด์คือการเป็นช่างเจียระไนเพชร  และถึงขั้นชาวยิวหลายรายเปิดร้านเพชรเป็นของตัวเองซึ่งมีร้านหนึ่งที่เราอยากนำเสนอ เข้าชม โรงงานเจียระไนเพชร GASSAN ร้านจำหน่ายและโรงงานผลิตเพชรซึ่งเป็นกิจการของชาวเนเธอร์แลนด์ที่ดำเนินกิจการมานานถึง 71 ปีแล้ว นี่คือแหล่งเจียระไนเพชรระดับโลกที่ควรค่าให้แวะชมมาก ความพิเศษของกัสซันคือไม่ได้เป็นแค่ร้านจำหน่ายเพชรเท่านั้น แต่จะเปิดพื้นที่ให้ชมและเรียนรู้วิธีการคัดสรรเพชร รวมทั้งได้ชมการเจียระไนโดยช่างฝีมือด้วย นอกจากนี้ภายในโรงงานยังมีพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่จัดแสดงภาพเก่า เสื้อกีฬาและลายเซ็นของเหล่านักฟุตบอลชื่อดังทีมชาติเนเธอร์แลนด์และบรรดาโค้ชที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของโรงงานเพชรกัซซันแห่งนี้

เย็น              รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank Apollo หรือระดับเดียวกัน

 วันที่เจ็ด           Lelystad – ลิซเซ่ – สวนเคอเคนฮอฟ – โวเลนดัม – หมู่บ้านกังหัน ซานน์สคันส์ – อัมสเตอร์ดัม (สนามบิน)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                        นั่งรถโค้ชสู่ เมืองลิซเซ่ (Lisse) เพื่อไปยังหนึ่งในไฮไลท์ของทริปนี้ สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) อาณาจักรแห่งดอกไม้สวยที่เปิดให้เที่ยวชมกันได้ปีละครั้งยาวนานประมาณ 2 เดือนคือช่วงประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น ที่นี่คือศูนย์รวมความสวยงามของดอกทิวลิปที่อลังการมากในระดับที่ได้ฉายาว่าเป็น “สวนแห่งยุโรป” และ “สวนแห่งโลก” เลยทีเดียว ก่อนจะได้เวลาแล้วเดินทางกลับสู่เมืองอัมสเตอร์ดัม

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านสู่ หมู่บ้านประมงโวเลนดัม (Volendam) ที่ถึงแม้จะไม่ใช่หมู่บ้านใหญ่คึกคัก แต่ด้วยการที่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ พร้อมด้วยบรรยากาศสดชื่นสบายๆ พร้อมด้วยสีสันของตัวอาคารที่ดูแล้วสดใส ทำให้เป็นเมืองที่น่าเดินเล่นชิลล์ๆ สองฝั่งถนนใจกลางหมู่บ้านนั้นเต็มไปด้วยมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึก

จากนั้นก็เดินทางไปยัง หมู่บ้านกังหันลม ซานส์สคันส์ (Zaanse Schans) ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอัมสเตอร์ดัม ที่นี่เราจะได้เห็นบ้านไม้สไตล์ฮอลแลนด์แท้ๆ กังหันลมเก่าแก่ที่บางตัวยังคงทำงานได้เป็นปกติ ได้สัมผัสบรรยากาศชนบทของชาวเนเธอร์แลนด์ ภายในหมู่บ้านยังมี พิพิธภัณฑ์ซานส์ (Zaans Museum) ซึ่งภายในนอกจากการจัดแสดงวิธีชีวิตของชาวดัตช์แล้ว ก็มีการสาธิตวิธีการทำรองเท้าไม้และการทำชีสให้ชมด้วย

ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย

22.00 น.        ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK150 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่แปด          ดูไบ – กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ

07.45 น.          ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

09.40 น.          เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

18.55 น.        เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม
✓ ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
✓ ค่าที่พักระดับมาตรฐาน (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ
✓ ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
✓ ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
✓ ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
✓ ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 / 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม
✗ ค่าธรรมเนียมในการขอยื่นวีซ่ากลุ่มเชงเก้น (3,500 บาท/ท่าน) ทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมทุกกรณี
✗ ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ (เฉพาะในกรณีกรุ๊ปเหมาหรือตัดกรุ๊ปเท่านั้น)
✗ ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
✗ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
✗ ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถท้องถิ่น ท่านละ 2 ยูโร / คน / วัน (12 ยูโร / ท่าน)
✗ ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นต่ำ 100 บาท / วัน / คน (100 * 6 วัน)

การชำระเงิน

เงื่อนไขในการจองทัวร์

  1. สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 25,000 บาทพร้อมค่าวีซ่า (3,500 บาท/ท่าน) (หลังจองภายใน 2 วัน) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง
  2. ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 35 วัน
  3. หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

 

หมายเหตุ

หมายเหตุ

  1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  2. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
  3. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  4. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

 

หมายเหตุ

  1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  2. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
  3. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  4. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นวีซ่า

  1. พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ํากว่า 6 เดือน นับจากวันที่เดินทางกลับเข้าสู่ประเทศไทย หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนําไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า
  2. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว (แบบหน้าใหญ่) ขนาด 4.5 ซม. x 3.5 ซม.จํานวน 2 ใบ (ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 6 เดือน)
  3. เอกสาระสำคัญส่วนบุคคล

3.1 สำเนาทะเบียนบ้าน

3.2 สําเนาบัตรประชาชน หรือ สําเนาบัตรข้าราชการ

3.3 สําเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)

3.4 สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)

  1. กรณีเป็นพนักงานบริษัท

ใบรับรองการทํางานจากบริษัทที่ท่านทํางานอยู่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตําแหน่ง อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน วันเดือนปีที่เริ่มทํางานกับบริษัทนี้ และช่วงเวลาที่ขอลางาน เพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทํางานตามปกติหลังครบกําหนด

  1. กรณีเป็นเจ้าของกิจการ

ขอใบทะเบียนการค้า และหนังสือรับรองที่คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์หรือใบเสียภาษีและหลักฐานการเงินของบริษัทฯ ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ

  1. หลักฐานทางการเงิน

Statement ย้อนหลัง 3 เดือน ฉบับจริง ภาษาอังกฤษ ออกโดยธนาคารเท่านั้น (ในกรณีที่ผู้อื่นเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ ต้องมีหลักฐานเชื่อมโยงความสัมพันธ์พร้อมยื่นเอกสารฉบับแปลภาษาอังกฤษ) ยอดเงินต้องมีจํานวนไม่ต่ำกว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามี ฐานะการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถที่จะใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน เมื่อกลับสู่ภูมิลําเนา พร้อมกับหนังสือรับทางการเงินที่ออกจากธนาคาร (Bank Certificate) **สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน**

  1. กรณีที่บริษัทของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1-6 แล้ว ทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดง ความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายและการกลับมาทํางานของท่าน โดยระบุรายชื่อผู้เดินทาง และเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย
  2. กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษา

จะต้องมี หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา ภาษาอังกฤษ (ตัวจริง) เท่าน้ัน

  1. กรณีที่เด็กอายุต่ํากว่า 20 ปี

9.1 ไม่ได้เดินทางไปกับบิดา มารดา หรือ เพียงคนใดคนหนึ่ง

– จดหมายยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศจาก อำเภอ / เขต ที่ท่านอยู่ (เป็นภาษาอังกฤษ)

– บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา / มารดา

– สำเนาพาสปอร์ตบิดา / มารดา

– หลักฐานการเงินของผู้เป็นสปอนเซอร์ในการออกค่าใช้จ่าย (ภาษาอังกฤษ)

– ใบสุติบัตรฉบับภาษาไทย และ แปลภาษาอังกฤษ

– เอกสารเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เดินทางกับผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ฉบับภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ

9.2 เดินทางไปกับบิดา มารดา

– บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา / มารดา

– สำเนาพาสปอร์ตบิดา / มารดา

– หลักฐานการเงินของผู้เป็นสปอนเซอร์ในการออกค่าใช้จ่าย (ภาษาอังกฤษ)

– ใบสุติบัตรฉบับภาษาไทย และ แปลภาษาอังกฤษ

** หมายเหตุ!!ในวันที่มายื่นขอวีซ่า บิดาและมารดา ต้องเดินทางมาเซ็นแบบฟอร์มการร้องขอวีซ่าให้กับบุตร **

  1. 10. การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้น เป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชําระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคําร้องใหม่ก็ต้องชําระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง หากสถานทูตมีการสุ่ม เรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอํานวยความสะดวกและประสานงาน ตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสาร ดังกล่าวเช่นกัน
  2. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานฑูตเรื่องวีซ่าของท่านเนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูก บันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัท
  3. การยื่นวีซ่านั้นผู้เดินทางต้องชําระยอดมัดจําพร้อมค่าวีซ่าก่อนเท่านั้นถึงสามารถดําเนินขั้นตอนการย่ืนวีซ่าได้

 

** ทางบริษัทไม่มีนโยบายการแปลเอกสารให้ ถ้าหากต้องการให้ทางเราแปลเอกสารจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใบละ 500 บาท **

 

 

 

 

 

 

ยกเลิกทัวร์และการคืนเงิน

การยกเลิกและคืนค่าทัวร์

1.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนมัดจำ 20,000 บาท

2.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท

3.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-30 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด

4.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด

5.​ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด