Menu Close

ทัวร์ตุรกี + บาห์เรน เที่ยวฟิน มหานคร 2 ทวีป 8วัน6คืน เริ่ม 25,990 เดินทางโดยสายการบิน GULF AIR (GF)

ราคาเริ่มต้น
฿25,990
รหัสทัวร์ 4284
สายการบิน GULF AIR
ระยะเวลา 10D8N
ประเทศ ตุรกี+บาห์เรน
ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

สัมผัสดินแดนแห่งสองทวีป
ม้าไม้เมืองทรอย คัปปาโดเกีย ปามุคคาเล่
ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส

วันที่ กำหนดการ อาหาร โรงแรม
1
กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ)-บาห์เรน-มัสยิดAl Fateh-ป้อมปราการบาห์เรน Qal’at al-Bahrain-ประตูสู่บาห์เรน (Bab al Bahrain)-ช้อปปิ้งตลาดพื้นเมือง Manama Souq
เย็น
พัก Juffair Gate Hotel ระดับ4*หรือเทียบเท่า
2
ผ่านชม Bahrain World Trade Center-สนามบินบาห์เรน-ตุรกี-อิสตันบูล-ชานัคคาเล่
เช้า, เย็น
พัก Iris Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
3
เมืองโบราณทรอย-ม้าไม้แห่งกรุงทรอย-เมืองโบราณเปอร์กามัม-วิหารอะโครโปลิส-วิหารโอลิมเปียนเซอุส-โรงละครอะโครโปลิส-วิหารเอสเคลปิออน-เมืองคูซาดาซึ
เช้า, เที่ยง, เย็น
พัก Royal Palace Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
4
บ้านพระแม่มารี-เมืองโบราณเอฟฟิซุส-ห้องสมุดของเซลซุส-วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน-โรงละครโบราณ-ศูนย์ผลิตเครื่องหนัง-ปามุคคาเล่-ปราสาทปุยฝ้าย
เช้า, เที่ยง, เย็น
พัก Ninova Thermal Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
5
ปามุคคาเล่-เมืองคอนย่า-พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า-เมืองคัปปาโดเกีย
เช้า, เที่ยง, เย็น
พัก Mustafa Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
6
เมืองคัปปาโดเกีย-นครใต้ดินไคมัคลี-เกอเรเม่-พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่-โบสถ์เซนต์บาร์บารา-โบสถ์มังกร-โบสถ์แอปเปิ้ล-หุบเขาอุซิซาร์-โรงงานทอพรม-โรงงานเซรามิก-โรงงานเครื่องประดับ-อังการ่า
เช้า, เที่ยง, เย็น
พัก Sergan Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
7
อังการ่า-Kocatepe Mosque-สุสานอตาเติร์ก-อิสตันบูล-Vefa Bazaar-ร้านขนมเตอร์กิส-Taksim Square
เช้า, เที่ยง, เย็น
พัก Golden Way Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
8
ฮิปโปโดรม-สุเหร่าสีน้ำเงิน-สุเหร่าเซนต์โซเฟีย-อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน-พระราชวังทอปกาปี-ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต
เช้า, เที่ยง, เย็น
พัก Golden Way Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
9
ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส-พระราชวังโดลมาบาเช่-อิสตันบูล-บาห์เรน-ประเทศไทย
เช้า
10
กรุงเทพฯ ประเทศไทย(สนามบินสุวรรณภูมิ)
วันเดินทาง ผู้ใหญ่ พักเดี่ยว เด็ก เตียงเสริม จองเลย
13–20 ก.ย.62
27,990
6,900
26,990
27,990
จอง
15–22 ก.ย.62
25,990
6,900
24,990
25,990
จอง
20–27 ก.ย.62
27,990
6,900
26,990
27,990
จอง
22-29 ก.ย.62
25,990
6,900
24,990
25,990
จอง
27ก.ย.–04ต.ค.62
28,990
6,900
27,990
28,990
จอง
29ก.ย.–06ต.ค.62
28,990
6,900
27,990
28,990
จอง
04-11 ต.ค.62
30,990
7,900
29,999
30,990
จอง
06-13 ต.ค.62
31,990
7,900
30,990
31,990
จอง
11-18 ต.ค.62
31,990
7,900
30,990
31,990
จอง
13-20 ต.ค.62
31,990
7,900
30,990
31,990
จอง
18-25 ต.ค.62
31,990
7,900
30,990
31,990
จอง
20-27 ต.ค.62
31,990
7,900
30,990
31,990
จอง
25ต.ค.-01พ.ย.62
31,990
7,900
30,990
31,990
จอง
27ต.ค.-03พ.ย.62
30,990
7,900
29,999
30,990
จอง
จอง
27,990 26,990 6,900 27,990
จอง
25,990 24,990 6,900 25,990
จอง
27,990 26,990 6,900 27,990
จอง
25,990 24,990 6,900 25,990
จอง
28,990 27,990 6,900 28,990
จอง
28,990 27,990 6,900 28,990
จอง
30,990 29,999 7,900 30,990
จอง
31,990 30,990 7,900 31,990
จอง
31,990 30,990 7,900 31,990
จอง
31,990 30,990 7,900 31,990
จอง
31,990 30,990 7,900 31,990
จอง
31,990 30,990 7,900 31,990
จอง
31,990 30,990 7,900 31,990
จอง
30,990 29,999 7,900 30,990

รายละเอียด

วันแรก  กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ) – บาห์เรน – มัสยิดAl Fateh – ป้อมปราการบาห์เรน Qal’at al–Bahrain – ประตูสู่บาห์เรน (Bab al Bahrain) – ช้อปปิ้งตลาดพื้นเมือง Manama Souq – สนามบินบาห์เรน

08.30 น.         คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ บริเวณผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 9 เคาน์เตอร์ U เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบิน GULF AIR (GF) เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการเช็คอินรับบัตรโดยสาร

**หมายเหตุ** เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาที และผู้โดยสารพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 30 นาที

เที่ยวบินทั้งไปและกลับ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาทำการบิน ทั้งนี้เป็นไปตามกฎและตารางบินของแต่ละซีซั่นแตกต่างกันออกไป

ก่อนทำการออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ กรุณาสอบถามข้อมูลกับทางบริษัท ก่อนทุกครั้ง

11.50 น.         บินลัดฟ้าสู่ บาห์เรน โดยสายการบิน GULF AIR เที่ยวบินที่ GF153 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 45 นาที

14.35 น.         เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติบาห์เรน ประเทศบาห์เรน (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ช.ม.กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านชม มัสยิด Al Fateh หนึ่งในมัสยิดที่ขึ้นชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ที่ถูกตั้งชื่อตามกษัตริย์ผู้สร้างเมือง ‘Ahmed Al Fateh’ เป็นสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1987 และเป็นมัสยิดที่ถูกตกแต่งด้วยวัสดุชั้นเลิศที่รวบรวมมาจากทั่วโลก อาทิเช่น ลูกแก้วตกแต่งบนพื้นจากอิตาลี โคมไฟจากออสเตรีย หรือแม้แต่ประตูไม้สุดอลังการที่ทำจากอินเดีย ซึ่งนอกจากจะเป็นมัสยิดที่เป็นจุดศูนย์รวมดวงใจของชาวบาห์เรนแล้ว ในปี 2006 มัสยิดแห่งนี้ยังถูกประกาศให้เป็นหอสมุดแห่งชาติอีกด้วย *** หมายเหตุ : หากวันเวลาดังกล่าวทางมัสยิดมีกิจกรรมทางศาสนาหรือมีประกาศห้ามเข้าชมภายในมัสยิดด้วยเหตุผลใดก็ตาม ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเข้าชม และทางคณะทัวร์จะให้ท่านได้ฟังบรรยายและการถ่ายรูปจากภายนอกมัสยิดเท่านั้น

จากนั้นเราจะพาท่านไปสัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์ 5,000 ปี ที่ ป้อมปราการบาห์เรน (Qal’at al-Bahrain) หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า ‘Bahrain Fort’ แหล่งอารยธรรมโบราณที่นักโบราณคดีคาดว่ามันถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วง 2,300 ปี ก่อนคริสตศักราช ซึ่งในอดีตมันเคยเป็นทั้งที่พำนักของกษัตริย์ ป้อมปราการสำหรับป้องกันเมืองจากข้าศึก และยังเป็นสถานที่ๆ ชาวสุเมเรี่ยนเชื่อว่าเป็นจุดนัดพบเพื่อเข้าถึงพระเจ้า และที่ป้อมปราการแห่งนี้ท่านจะได้เห็นความน่ามหัศจรรย์ใจของภูมิปัญญาในการก่อสร้างป้อมปราการขึ้นมาจากหินจนมีความแข็งแกร่งมานานนับพันปีที่แม้แต่นักโบราณคดีก็ยังหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO World Heritage Site ในปี ค.ศ.200 จากนั้นนำท่านสู่ ประตูสู่บาห์เรน (Bab al Bahrain) ออกแบบโดย Sir Charles Belgrave ที่ปรึกษาเจ้าผู้ครองรัฐบาห์เรนเพื่อเป็นทางเข้าไปสู่ตลาดมานามาซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญและแหล่งจับจ่ายของท้องถิ่น สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อ ค.ศ. 1945 และได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมในปี ค.ศ. 1986 เพื่อปรับเปลี่ยนให้มีรูปร่างเป็นสถาปัตยกรรมอิสลามมากขึ้น จากนั้นเราจะพาท่านไปเปิดประตูสู่วัฒนธรรมวิถีชีวิตการเป็นอยู่ของชาวบาห์เรนที่ ตลาดพื้นเมือง Manama Souq ตลาดขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวเมือง ซึ่งที่นี่ท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นอย่างเป็นกันเอง พร้อมช็อปปิ้งของฝากอันเป็นเอกลักษณ์จากประเทศบาห์เรน และลิ้มรสอาหารพื้นเมืองขนานแท้ที่หาชิมที่ไหนไม่ได้ในโลกนี้ นอกจากที่นี่เท่านั้น!!

ค่ำ              äบริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติบาห์เรน เพื่อนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมือง อิสตันบูล ประเทศตุรกี

21.00 น.          บินลัดฟ้าสู่ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบิน GULF AIR เที่ยวบินที่ GF045 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที

01.05 น.         เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล ประเทศตุรกี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ช.ม.กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก GOLDEN WAY HOTEL ระดับ 4* หรือเทียบเท่า

 

วันที่สอง อิสตันบูล – เมืองโบราณทรอย – ม้าไม้แห่งกรุงทรอย – เมืองอาวาลิค

เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                   นำท่านออกเดินทางจากเมืองอิสตันบุล สู่ เมืองชานักกาเล  (Canakkale) ด้วยระยะทาง 307 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4.20 ชั่วโมง โดยประมาณ) ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสลับกับวิวชายทะเล จากนั้นนำท่านนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากสู่เมืองชานัคคาเล่ ผ่านช่องแคบดาร์ดะแนลล์ (Dardanelles) ไปยัง กรุงทรอย (Troy)

เที่ยง              äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               กรุงทรอย (Troy) เมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีที่แล้ว นำท่านชม เมืองโบราณทรอย (Troy Ancient City) ดินแดนสงครามอันเลื่องลือ ที่โอเมอร์ได้เรียบเรียงไว้ในมหากาพย์อีเลียดและโอดิสชี ที่ถูกทำลายจนวอดวายจากกองทัพกรีก เวลาผ่านไปกว่า 3,000 ปี จึงได้มีการขุดค้นซากเมืองโบราณทรอยโดยนักโบราณคดีชาวเยอรมันชื่อเฮนริค ชไลแมนน์ ในปี 1870 ปัจจุบันเหลือเพียงซากที่ทับถมซ้อนกันถึง 9 ชั้น และอนุสรณ์อันยิ่งใหญ่อย่างม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1998 นำท่าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับ ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย (Wooden Horse of Troy) ม้าไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดจากมหากาพย์ภาพยนตร์เรื่อง ทรอย (Troy) เป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์อันชาญฉลาดในสมัยนั้น ที่ชาวกรีกใช้อุบายส่งม้าไม้ให้เมืองทรอยเพื่อเป็นของกำนัล แต่ได้แอบบรรจุคนมาในม้าไม้เพื่อเข้ามาเปิดประตูเมืองทรอย ให้ทหารเข้าเมืองจนทำให้เมืองทรอยล่มสลาย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลการศึกของนักรบโบราณ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปที่ เมืองอวาลิค (Ayvalık) เมืองชายทะเลทางตะวันตกเฉียงเหนือของชายฝั่งทะเลอีเจียนที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาและทะเลและล้อมรอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่

ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม

สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก GRAND MILANO HOTEL ระดับ 4* หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม         เมืองโบราณเอเฟซุส – บ้านพระแม่มารี – ห้องสมุดของเซลซุส – วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน – โรงละครโบราณ – ศูนย์ผลิตเครื่องหนัง – ปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย

เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเอเฟซุส (Ephesus) เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวLonia จากกรีกซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุสขึ้นเป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน เข้าชม บ้านพระแม่มารี (House of Virgin Mary) เชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้างหลังนี้ ถูกค้นพบโดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich เมื่อปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 6 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้านมีก๊อกน้ำสามก๊อก ที่เชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน เชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน ชม อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของ นครเอฟฟิซุส ได้แก่ ห้องสมุดของเซลซุส (Library of Celsus) และอาคารสำคัญอีกแห่งคือ วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน (Temple of Hadrian) สร้างขึ้นถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียน ความโดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก จากนั้นปิดท้ายกันที่สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่งเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน สร้างในสมัยกรีกโบราณ แต่ชาวโรมันมาปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเครื่องหนัง (Leather Factory)  ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุดเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงที่สุดอันดับต้นๆของโลก อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael kors  อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย

เที่ยง              äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุกคาเล่ (Pamukkale) (ระยะทางประมาณ 189 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนไหลลงสู่หน้าผา จนเกิดผลึกกึ่งสถาปัตยกรรมสีขาวขึ้นสวยงามแปลกตา นำท่านชมความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้นลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือนในโลก จนทำให้ ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988

ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม

สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก NINOVA THERMAL HOTEL ระดับ 4* หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่            ปามุกคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย – นครโบราณเฮียราโปลิส – โรงงานทอพรม – โรงงานเซรามิก & เครื่องประดับ – ระบำหน้าท้อง เมืองคัปปาโดเกีย

เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ จากนั้นนำท่านเข้าชม นครโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) นครเฮียราโปลิสในสมัยก่อนนั้นเชื่อกันว่าเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ ด้วยชื่อว่าเฮียรา (Hiera) ที่แปลว่าศักดิ์สิทธิ์ (Holy) และโปลิส (Polis) ที่แปลว่านคร (City) ซึ่งก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่สองแห่งแพอร์กามุม นอกจากนี้ท่านยังชมสถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล่ (Pamukkale Museum) โรงอาบน้ำโรมัน (The Baths) ซากโบสถ์สมัยไบแซนไทน์ ฐานวิหารอะพอลโล (Temple of Apollo) และ โรงมหรสพโรมัน (The Theatre) เป็นต้น

เที่ยง              äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               นำท่านชม พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (Mevlana Museum) เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ก่อนไปทำการหมุนต้องอดอาหาร มีการเข้าห้องฝึกทรมานร่างกายก่อนที่จะไปหมุนได้ ผู้ที่มีสมาธิมากตัวจะลอยขึ้นเมื่อหมุนไปช่วงเวลาหนึ่ง ก่อตั้ง โดยเมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูมี่ ผู้วิเศษในศาสนาอิสลาม ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาลุคดิน รูมี่ อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาท ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตรของเมฟลาน่าด้วย จากนั้นให้ท่านได้แวะชม โรงงานทอพรม (Carpet Factory) , โรงงานเซรามิก (Ceramic Factory) และ โรงงานเครื่องประดับ (Jewelly Factory) เพื่อให้ท่านได้ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองที่มีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) (ระยะทาง 236 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3.20 ชั่วโมง โดยประมาณ) คัปปาโดเกีย เป็นเมืองมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งในตุรกี ชื่อเมืองมาจากรากศัพย์ภาษาเปอร์เซีย ว่า คัตปาตุกา มีความหมายว่าดินแดนที่มีม้าแสนสวย ตัวเมืองสามารถมองเห็นทั้งทะเลดำและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ทั้งสอง เมืองคัปปาโดเกีย ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยสและภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณ จนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาจากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟนับแสนนับล้านปีจนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรงดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ในปีค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชม ระบำหน้าท้อง (Belly dance) เพลิดเพลินไปกับการแสดงระบำหน้าท้องในชื่อ Cappadocia Turkish การแสดงระบำที่ที่สืบทอดกันมายาวนานและเก่าแก่ที่สุดของโลกเลยก้ว่าได้ แรกเริ่มการระบำหน้าท้องนั้นเกิดขึ้นในอียิปต์โบราณและแพร่กระจายไปยังตะวันออกกลาง ในอียิปต์โบราณผู้หญิงมักเต้นรำเพื่อเฉลิมฉลองชีวิตที่มีแต่ความสุข

สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก MUSTAFA HOTEL ระดับ 4* หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้า           เมืองคัปปาโดเกีย – นครใต้ดินชาดัค – เกอเรเม่ – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ – หุบเขาอุซิซาร์ –  เมืองอังการ่า

**ท่านที่สนใจนั่งบอลลูนสามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ไกด์ อัตราค่าบริการไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ (Optional Tour) **

บอลลูนทัวร์ (Balloon Tour) ** สำหรับท่านที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกีย โปรแกรมเสริมพิเศษ จำเป็นต้องออกจากโรงแรม ประมาณ 04.30 – 05.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับไปขึ้นบอลลูน เพื่อชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกีย ในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมไปขึ้นบอลลูน ประมาณ 30 – 45 นาที อยู่บนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการขึ้นบอลลูน ท่านละ ประมาณ 250 – 300 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและช่วงเวลา

ข้อควรทราบ :

– กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ ไม่ครอบคลุมกิจกรรมเสริมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นกิจกรรมขึ้นอยู่การรับผิดชอบในชีวิตและทรัพย์สินของท่านเอง

– ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมารถล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนออกเดินทาง และควรแจ้งให้หัวหน้าทัวร์ทราบตั้งแต่ก่อนวันเดินทางและเข้าร่วมกิจกรรม

– กิจกรรมนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง หรือ ตั้งครรภ์ เข้าร่วมโดยเด็ดขาด กรณีเกิดความเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม นครใต้ดินไคมัคลี (Underground City of Derinkuyu or Kaymakli) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจาก เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายล้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ นครไคมัคลีมีชั้นล่างที่ลึกที่สุดลึกถึง 85 เมตร เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน

เที่ยง              äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ (Goreme) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของเมืองคัปปาโดเกีย ในตอนกลางของอานาโตเลีย ประเทศตุรกี เมืองเกอเรเม่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นศาสนาที่ได้รับการประกาศว่าเป็นศาสนาของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนสถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการทอพรม และ การผลิตเครื่องเซรามิกล้ำค่าแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Open Air Museum of Goreme) ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ.9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์นำท่านชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา (St. Barbar Church) ,โบสถ์มังกร (Snake Church) และ โบสถ์แอปเปิ้ล (Apple Church) นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัย และถ้ามองดีๆจะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย จากนั้นอิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพบ้านพื้นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่ สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางไปยัง กรุงอังการา Ankara (ระยะทาง 287 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) กรุงอังคาราถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเมืองอิสตันบูล (Istanbul) กรุงอังการาเป็นศูนย์กลางการปกครองของผู้นำประเทศคนแรกคือท่านประธานาธิบดี Mustafa Kemal Atatürk หรือ Atatürk’s headquarters ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 และได้ก่อตั้งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐตุรกีนับตั้งแต่การก่อตั้งประเทศในปี ค.ศ. 1923 แทนเมืองอิสตันบูลหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิออตโตมัน (Ottoman Empire) ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากรุงอังการาก็กลายเป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ การศึกษา และอุตสาหกรรมที่สำคัญของตุรกี

ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม

สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก SERGAH HOTEL ระดับ 4* หรือเทียบเท่า

 

วันที่หก          อังการ่า – อิสตันบูล – ฮิปโปโดรม – ตลาดแกรนด์บาซาร์ – Taksim Square – ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต

เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางจาก กรุงอังราคา สู่ กรุงอิสตันบูล (Istanbul) (ระยะทาง 450 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง โดยประมาณ) ให้ท่านได้พักผ่อนและชมทัศนียภาพระหว่างทาง

เที่ยง              äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               นำท่านชม ฮิปโปโดรม (Hippodrome) สิ่งก่อสร้างจากสมัยกรีกซึ่งใช้เป็นสนามแข่งม้า และการแข่งขันขับรถศึก (Chariot Racing) มีเสาโอเบลิสค์ซึ่งเหลือแค่ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร แต่กระนั้นก็ยังสวยงามน่าดูมาก เพราะทั้งเสามีงานแกะสลักอันมีความหมายและมีค่ายิ่ง จากนั้นนำทุกท่านชม Grand Bazar ตลาดในย่านเมืองเก่า ในภาษาตุรกีเรียกว่า “Kapalıçarsı” หมายถึงตลาดใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1461 โดย สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 แห่งจักรวรรดิออตโตมัน (Fatih Sultan Mehmet) เพื่อกระตุ้นความทางเศรษฐกิจ และเป็นแหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ในเส้นทางสายไหม จากกรุงคอนสแตนติโนเปิล ไปยังประเทศต่างๆ ตลาดแห่งนี้มีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน อิสระให้ท่านได้เดินชทสินค้า หลังจากนั้นนำทุกท่านเดินชม Taksim Square ถนนใจกลางเมืองอิสตันบูลที่ได้ครึกครื้นไปด้วยร้านรวงต่างๆ มากมาย และเดินชมวิถีชีวิตผุ้คนที่

ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารของโรงแรม

สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก GOLDEN WAY HOTEL ระดับ 4* หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ด          สุเหร่าสีน้ำเงิน – สุเหร่าเซนต์โซเฟีย – อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน – พระราชวังทอปกาปี – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส

เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) หรือ ชื่อเดิมคือ สุเหร่าสุลต่านห์อาร์เหม็ดที่ 1 (Sultan Ahmed Mosque) ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะเขาใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ สุเหร่านี้สร้างในปี 2152 เสร็จปี 2159 (1 ปีก่อนสุลต่านอาห์เหม็ดสิ้นพระชนม์ด้วยอายุเพียง 27 พรรษา) ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ มีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงศ์และจะมีสิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ ที่พักกองคาราวาน โรงครัวสาธารณะคุลีเรีย (Kulliye) การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรองเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ ถ่ายรูปได้ ห้ามส่งเสียงดัง และกรุณาทำกิริยาให้สำรวม จากนั้นนำท่านชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตโบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ภายในมีเสางามค้ำที่สลักอย่างวิจิตร และประดับไว้งดงาม 108 ต้น จากนั้นนำท่านเข้าชม อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Sarnici) สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิจัสตินเนียน ในปี ค.ศ. 532 เพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง สำรองไว้ใช้ยามที่กรุงอิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง มีความกว้าง 65 เมตร ยาว 143 เมตร มีเสาค้ำหลังคา 336 ต้น

เที่ยง              äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาเช่ (Dolmabahce Palace) สร้างโดยสุลต่านอับดุลเมจิต ในปี ค.ศ. 1843-1856 ยุคปลายอาณาจักรออตโตมัน เป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใด ๆ ทั้งสิ้น ภายนอกประกอบด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ก ๆ ที่ ช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus ภายในประกอบด้วยห้องหับต่าง ๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน  นำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปี (Topkapi Palace) สร้างในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังแห่งนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ภายในพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุค จากนั้นนำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) จุดที่บรรจบกันของทวีปยุโรปและเอเชีย ซึ่งทำให้ประเทศตุรกีได้รับสมญานามว่า ดินแดนแห่งสองทวีป ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากเป็น เส้นทางเดินเรือที่เชื่อมทะเลดำเข้ากับทะเลมาร์มาร่า เราจะได้เห็นป้อมปืนที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบ ได้แก่ Rumeli Castle และ Anatolia Castle โดยจุดชมวิวที่สำคัญคือสะพาน แขวนบอสฟอรัส เชื่อมให้รถยนต์ สามารถวิ่งข้ามฝั่งยุโรปและเอเชียได้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1973 มีความยาวทั้งสิ้น 1,560 เมตร และได้ กลายเป็นสะพานแขวนที่ยาวเป็นอันดับ 4 ของโลกในสมัยนั้น (ปัจจุบันตกไปอยู่อันดับที่ 21) ขณะที่ล่องเรือให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของ ช่องแคบบอสฟอรัส ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศ

ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล นำท่านเช็คอินเพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยแวะเปลี่ยนเที่ยวบินที่ประเทศบาห์เรน

 

วันที่แปด        อิสตันบูล – บาห์เรน – กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

 

02.25 น.         บินลัดฟ้าสู่ บาห์เรน โดยสายการบิน GULF AIR เที่ยวบินที่ GF046 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 45 นาที

06.15 น.          เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติบาห์เรน ประเทศบาห์เรน จากนั้นให้ท่านเปลี่ยนเที่ยวบินเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศไทย

09.00 น.          บินลัดฟ้าสู่ กรุงเทพฯ (สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ) ประเทศไทย โดยสายการบิน GULF AIR เที่ยวบินที่ GF150 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที

20.10 น.                    เดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

 

เงื่อนไข

อัตราค่าข้างต้นนี้รวม

  • ตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดระบุวันเดินทางไป – กลับพร้อมคณะ
  • ค่าธรรมเนียมภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าภาษีสนามบิน
  • ที่พักโรงแรมตามรายการ 6 คืน พักห้องละ 2 – 3 ท่าน (กรณีมาไม่ครบคู่และไม่ต้องการเพิ่มเงินพักห้องเดี่ยว)
  • อาหารตามรายการระบุ (สงวนสิทธิในการสลับมื้อหรือเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารตามสถานการณ์)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการระบุ
  • ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 23 กก. ท่านละ 1 ชิ้น
  • ค่ารถรับ-ส่งสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการระบุ
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญเส้นทางดูแลตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันชีวิตกรณีอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุในวงเงินไม่เกิน ท่านละ 200,000 บาท ไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุเกิน 85 ปี (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

อัตราค่าบริการข้างต้นนี้ไม่รวม

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าธรรมเนียมภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินปรับเพิ่มขึ้น
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย,ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติค่าทำใบอนุญาตกลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ(Re-Entry) หรือ คนต่างด้าว (เป็นหน้าที่ของผู้เดินทางในการจัดทำเอง)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง, ค่าโทรศัพท์, ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษนอกรายการ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ทางไกล, ค่าอินเตอร์เน็ต ฯลฯ
  • ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ
  • ค่าปรับ สำหรับน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่เกินจากที่ทางสายการบินกำหนดไว้ 23 กก.
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น,คนขับรถและหัวหน้าทัวร์รวม 70 USD /ทริป/ลูกทัวร์ 1 ท่าน

การชำระเงิน

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง

1.กรุณาทำการจองก่อนการเดินทาง อย่างน้อย 45 วันทำการหรือก่อนหน้านั้น โดยส่งแฟกซ์หรืออีเมลล์รายชื่อและหน้าหนังสือเดินทางเพื่อยันการจองที่นั่ง พร้อมชำระมัดจำท่านละ 15,000 บาท

2.ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ บริษัทฯ จะขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนการเดินทาง อย่างน้อย 35 วันทำการ มิเช่นนั้นบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางของท่าน และการคืนเงินทั้งหมดหรือบางส่วนตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

3.เมื่อท่านตกลงชำระเงินค่าบริการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯจะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขและข้อตกลงการให้บริการที่ได้ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ทั้งหมดนี้แล้ว

หมายเหตุ

เงื่อนไขการให้บริการ

1.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทฯ เท่านั้น อีกทั้งข้อสรุปและข้อตัดสินใดๆ ของบริษัทฯ ให้ถือเป็นข้อยุติสิ้นสุดสมบูรณ์

2.บริษัทฯ และตัวแทนของบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์ตามความเหมาะสม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ข้อจำกัดด้านภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริง ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือและคำนึงถึงความปลอดภัย รวมถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าส่วนมากเป็นสำคัญ

3.รายการทัวร์นี้เป็นการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ (Join Tour) จัดทำและดำเนินการโดยบริษัทคู่ค้า (Partner)

4.อัตราค่าบริการคิดคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน และราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาค่าบริการในกรณีที่มีการขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าประกันภัยสายการบิน ค่าธรรมเนียมน้ำมัน หรือมีการประกาศลดค่าเงินบาท หรืออัตราแลกเปลี่ยนได้ปรับขึ้นในช่วงใกล้วันที่คณะจะเดินทาง

5.ในระหว่างการท่องเที่ยวนี้ หากท่านไม่ใช้บริการใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่สามารถเรียกร้องขอคืนค่าบริการได้

  1. ตั๋วเครื่องบินนี้ ต้องเดินทางไป-กลับ พร้อมคณะทัวร์เท่านั้น ไม่สามารถเดินทางก่อนและกลับหลังได้ หากท่านไม่เดินทางกลับพร้อมคณะทัวร์ ตั๋วเครื่องบินขากลับซึ่งยังไม่ได้ใช้ ไม่สามารถนำมาขอคืนเงินได้

7.ค่าบริการที่ท่านชำระกับทางบริษัทฯ เป็นการชำระแบบเหมาขาด และทางบริษัทฯ ได้ชำระให้กับบริษัทฯ ตัวแทนแต่ละแห่งแบบเหมาขาดเช่นกัน ดังนั้นหากท่านมีเหตุอันใดที่ทำให้ท่านไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะตามรายการที่ระบุไว้ ท่านจะขอคืนค่าบริการไม่ได้

8.กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากสายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่นทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้สำหรับค่าบริการนั้นๆ

9.มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น

10.โปรแกรมทัวร์นี้จะสามารถออกเดินทางได้ต้องมีจำนวนผู้เดินทางขั้นต่ำ 30 ท่านรวมในคณะตามที่กำหนดไว้เท่านั้น หากมีจำนวนผู้เดินทางรวมแล้วน้อยกว่าที่กำหนดไว้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนกำหนดการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง 15-19 ท่าน ต้องเพิ่มเงินท่านละ 4,000 บาท, กรณีที่มีผู้เดินทาง 20-24 ท่าน ต้องเพิ่มเงินท่านละ 3,000 บาท และในกรณีที่มีผู้เดินทาง 25-29 ท่าน ต้องเพิ่มเงินท่านละ 2,000 บาท

11.บริษัทฯ รับเฉพาะผู้มีวัตถุประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น การเดินทางของผู้เดินทางด้วยวัตถุประสงค์แอบแฝงอื่น ๆ เช่น การไปค้าแรงงาน การค้าประเวณี การค้ามนุษย์ การขนส่งสินค้าหนีภาษี การขนยาเสพติด การโจรกรรม การขนอาวุธสงคราม การก่อการร้าย และ อื่น ๆ ที่เข้าข่ายผิดกฏหมาย ผิดศีลธรรมอันดี บริษัทฯ มิได้มีส่วนรู้เห็น เกี่ยวข้อง หรือ มีส่วนต้องรับผิดชอบใด ๆ กับการกระทำดังกล่าวทั้งสิ้น

12.หากผู้เดินทางถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆ ปฏิเสธการเข้า – ออกเมือง ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ถือเป็นเหตุผลซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจ และความรับผิดชอบของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบคืนเงินทั้งหมด

13.ผู้เดินทางต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัวและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวท่านเอง บริษัทฯ จะไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากเกิดความไม่พึงพอใจในสินค้าที่ผู้เดินทางได้ซื้อระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวนี้

14.ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบต่อการจัดเก็บ และ ดูแลทรัพย์สินส่วนตัว ของมีค่าต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง บริษัทฯ จะไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากเกิดการสูญหายของ ทรัพย์สินส่วนตัว ของมีค่าต่าง ๆ ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว อันมีสาเหตุมาจากผู้เดินทาง

15.บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญหายของทรัพย์สิน และ สัมภาระระหว่างการเดินทางอันมีสาเหตุมาจากสนามบิน สายการบิน บริษัทขนส่ง โรงแรม หรือ การโจรกรรม แต่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการเรียกร้องค่าชดใช้ให้กับผู้เดินทาง

16.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากการยกเลิกหรือความล่าช้าของสายการบิน ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน การจลาจล การปฏิวัติ รัฐประหาร ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ

17.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อการไม่เป็นไปตามความคาดหวัง และความไม่พึงพอใจของผู้เดินทาง ที่เกี่ยวข้องกับ สภาพธรรมชาติ ภูมิอากาศ ฤดูกาล ทัศนียภาพ วัฒนธรรม วิถีและพฤติกรรมของประชาชนในประเทศที่เดินทางไป

18.ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)

19.กรณีที่ท่านต้องออกตั๋วภายใน เช่น (ตั๋วเครื่องบิน,ตั๋วรถทัวร์,ตั๋วรถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋ว เนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ทบิน หรือ เวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆในกรณีถ้าท่านออกตั๋วภายในโดยไม่แจ้งให้ทราบและหากไฟล์ทบินมีการปรับเปลี่ยนเวลาบินเพราะถือว่าท่านยอมรับในเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว

20.กรณีใช้หนังสือเดินทางราชการ(เล่มน้ำเงิน)เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวกับคณะทัวร์ หากท่านถูกปฏิเสธในการเข้า-ออกประเทศใดๆก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์และรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

  1. 22. หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และบริษัทฯรับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น (หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน บริษัทฯไม่รับผิดชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางได้ )
  2. ระดับของโรงแรม 4-5 ดาว ที่ระบุไว้ในโปรแกรมการเดินทางนั้น บางโรงแรมอาจจะไม่เทียบเท่ากับมาตรฐาน 4-5 ดาว สากล ระดับของโรงแรมที่ระบุนั้นเป็นการจัดอันดับของการท่องเที่ยวประเทศตุรกี

 

ยกเลิกทัวร์และการคืนเงิน

เงื่อนไขการยกเลิก

1.ยกเลิกการเดินทางก่อนการเดินทาง 60 วัน บริษัทฯจะคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด ยกเว้นในกรณีวันหยุดเทศกาล,วันหยุดนักขัตฤกษ์

ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

2.ยกเลิกการเดินทาง 45 วัน ก่อนการเดินทาง หักค่ามัดจำทัวร์ 50%

  1. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 31-44 วันเก็บค่าใช้จ่าย 80% ของราคาทัวร์ ต่อท่าน
  2. ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 1-30 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
  3. 5. สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด