Menu Close

ทัวร์ญี่ปุ่น โอตารุ โนโบริเบทสึ ซัปโปโร [เลสโก สโนว์คิโรโระ] เริ่มต้น 26,999 เดินทางโดยสายการบิน NOK SCOOT

ราคาเริ่มต้น
฿26,999
รหัสทัวร์ 9920
สายการบิน NOK SCOOT
ระยะเวลา 6D4N
ประเทศ ญี่ปุ่น
ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์
  •  สนุกสนานเต็มอิ่มกับกิจกรรมบนลานสกีรีสอร์ทคิโรโระ ดื่มด่ำบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ณ คลองโอตารุ อิ่มอร่อยเต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ 3 ชนิด
วันที่ กำหนดการ อาหาร โรงแรม
1
สนามบินดอนเมือง
2
สนามบินชิโตเซะ - โอตารุ - คลองโอตารุ - พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – ถนนซาไกมาชิ
เที่ยง, เย็น
โรงแรม KIRORO RESORT หรือระดับเดียวกัน
3
สกีรีสอร์ท - โนโบริเบทสึ – หุบเขานรกจิโกกุดานิ - นั่งกระเช้าชมวิวภูเขาไฟอุสุซาน - สวนหมีโชวะชินซัง - จุดชมวิวทะเลสาบโทยะ - ช้อปปิ้งทานุกิโคจิ
เช้า, เที่ยง
โรงแรม APA HOTEL & RESORT SAPPORO หรือระดับเดียวกัน
4
อุทยานโมอาย - พระใหญ่อะตามะ ไดบุตสึ - ตลาดปลาฮอกไกโดโจไก - มิตซุย เอ้าท์เล็ต - ดิวตี้ฟรี – บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ 3 ชนิด
เช้า
โรงแรม APA HOTEL & RESORT SAPPORO หรือระดับเดียวกัน
5
อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัย (ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง)
เช้า
โรงแรม APA HOTEL & RESORT SAPPORO หรือระดับเดียวกัน
6
หอนาฬิกาซัปโปโร - สวนโอโดริ - อิออน มอลล์ - สนามบินซับโปโร
เช้า
วันเดินทาง ผู้ใหญ่ พักเดี่ยว เด็ก เตียงเสริม จองเลย
23-28 พ.ย. 19
26,999
12,000
จอง
25-30 พ.ย. 19
27,999
12,000
จอง
30-5 ธ.ค. 19
29,999
12,000
จอง
2-7 ธ.ค. 19
30,999
12,000
จอง
7-12 ธ.ค. 19
32,999
12,000
จอง
9-14 ธ.ค. 19
30,999
12,000
จอง
29-5 มี.ค. 20
30,999
12,000
จอง
2-7 มี.ค. 20
30,999
12,000
จอง
7-12 มี.ค. 20
30,999
12,000
จอง
9-14 มี.ค. 20
30,999
12,000
จอง
14-19 มี.ค. 20
30,999
12,000
จอง
16-21 มี.ค. 20
30,999
12,000
จอง
21-26 มี.ค. 20
30,999
12,000
จอง
23-28 มี.ค. 20
30,999
12,000
จอง
จอง
26,999 12,000
จอง
27,999 12,000
จอง
29,999 12,000
จอง
30,999 12,000
จอง
32,999 12,000
จอง
30,999 12,000
จอง
30,999 12,000
จอง
30,999 12,000
จอง
30,999 12,000
จอง
30,999 12,000
จอง
30,999 12,000
จอง
30,999 12,000
จอง
30,999 12,000
จอง
30,999 12,000

รายละเอียด

วันแรก              สนามบินดอนเมือง

23.50 น.          พร้อมกันที่สนามบินนานาชาติดอนเมือง ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน NOK SCOOT เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

 

วันที่สอง            สนามบินชิโตเซะ – โอตารุ – คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – ถนนซาไกมาชิ

04.00 น.          เหิรฟ้าสู่เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น โดยเที่ยวบินที่ XW146 ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

สายการบิน NOK SCOOT ใช้เครื่อง Boeing 777-200 จำนวน 415 ที่นั่งจัดที่นั่งแบบ 3-4-3 ค่าทัวร์ไม่รวมอาหารบนเครื่อง สั่งซื้อบนเครื่องเท่านั้น(น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่ม ต้องเสียค่าใช้จ่าย)

12.15 น.          เดินทางถึง สนามบินชิโตเซะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านขั้นตอนศุลกากรเรียบร้อยแล้ว

เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ โอตารุเป็นเมืองท่าสำคัญสำหรับซัปโปโร และบางส่วนของเมืองตั้งอยู่บนที่ลาดต่ำของภูเขาเท็งงุ ซึ่งเป็นแหล่งสกีและกีฬาฤดูหนาวที่มีชื่อเสียง คลองโอตารุ หรือ โอตารุอุนงะ มีความยาว 1.5 กิโลเมตร ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอตารุ โดยมีโกดังเก่าบริเวณโดยรอบปรับปรุงเป็นร้านอาหารเรียงรายอยู่ ไฮไลท์!!! บรรยากาศสุดแสนโรแมนติก คลองแห่งนี้สร้างเมื่อปี 1923 โดยสร้างขึ้นจากการถมทะเล เพื่อใช้สำหรับเป็นเส้นทางการขนถ่ายสินค้ามาเก็บไว้ที่โกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และมีการถมคลองครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนหลวงสาย 17 แล้วเหลืออีครึ่งหนึ่งไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีการสร้างถนนเรียบคลองด้วยอิฐแดงเป็นทางเดินเท้ากว้างประมาณ 2 เมตร

 นำท่านเดินชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุเป็น!!!ไฮไลท์ หนึ่งในร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีในญี่ปุ่น โดยตัวอาคารมีความเก่าแก่สวยงาม และถือเป็นอีกหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เมือง

นอกจากนี้ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ยังมี “นาฬิกาไอน้ำโบราณ” สไตล์อังกฤษ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่ระลึกที่เมือง Vancouver มอบให้แก่เมือง Otaru นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที เหมือนกับนาฬิกาไอน้ำอีกเรือนหนึ่งที่ประเทศแคนนาดา ถ้ามาฮอกไกโดแล้วไม่มาชม ต้องไปชมที่แคนนาดากันนะจ๊ะ

อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อ เลือกชมสินค้ามากมาย กับถนนซาไกมาชิ  โดยด้านขวามือก็ต้องสะดุดตา สะดุดใจ ไปกับความน่ารักของเจ้าแมวน้อยคิตตี้ ที่ท้าทายรอให้ทุกๆท่านเข้าไปเยี่ยมชม ผ่านมาแล้วจะผ่านเลยไปได้อย่างไรกัน แวะชมกันสักหน่อยสิค่ะ เมื่อเข้าไปในร้านทุกท่านสามารถเลือกแก้วเป็นลวดลายตามใจชอบแต่ละท่านได้เลยนะจ๊ะ ซึ่งข้างหลังแก้วจะมีการสกรีนคำว่า otaru ติดไว้ด้วยนะคะ ซึ่งแก้วก็จะมีมากมายหลากหลายแบบให้เลือก ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป เมื่อซื้อแก้วพร้อมเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้วสามารถเติมเครื่องดื่มฟรีได้อีกรอบด้วยนะคะ เลือกเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว เชิญเลือกที่นั่งตามอัธยาศัยที่บริเวณชั้นสองได้เลยจ้า หรือถ้าใครไม่อยากนั่งบริเวณชั้นหนึ่งจะเป็นโซนขายของที่ระลึก หรือจะสนุกสนานไปกับการหมุนตู้กาชาปองเสี่ยงทายหาของฝากไปฝากคนที่คุณรักก็ตามแต่สะดวกเลยค่ะ

ออกจากร้านคาเฟ่คิตตี้ไม่ทันไร ก็จะเจอร้านถัดมาที่เรียกกันว่า มาฮอกไกโด ทั้งทีต้องไม่พลาด LETAO กันนะจ๊ะ เป็นค่าเฟ่ให้นั่งทานและสามารถสั่งกลับได้  ซึ่งบางวันอาจจะต้องรอคิวกันสักนิดนึง  สิ่งต้องห้ามก็คือ ห้ามพลาดที่จะลิ้มรส และห้ามพลาดที่จะหิ้วกลับมาเป็นของฝากบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งโดยเด็ดขาด LETAO ที่ควรค่าแก่การทานคือชีสเค้กนั่นเอง สัมผัสลิ้นที่นุ่มละมุน กลิ่นหอมหวาน ให้รสชาติหวานพอดี ลิ้มรสพร้อมกับจิบชาและชมบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ไม่มีอะไรจะฟินไปยิ่งกว่านี้แล้วววว

มากันที่ร้านแนะนำร้านสุดท้ายกันค่ะ ร้านนี้ก็คือ คาเฟ่สนูปปี้ เอาใจคนรักสนูปปี้ ซึ่งจุดเด่นของร้านนี้ก็คือไอศกรีมนั่นเองค่ะ ซึ่งมีหลากหลายรสชาติให้เลือกชิม เป็นซอฟท์ครีมเนื้อนุ่มละมุน ภายในร้านแบ่งเป็นสองชั้น ซึ่งชั้นที่สองจะเป็นโซนร้านอาหาร การตกแต่งร้านก็ไม่พลาดที่จะตกแต่งไปด้วยสนูปปี้ทั้งร้านแน่นอนค่ะ นอกจากอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มแล้ว ทางร้านยังจำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับสนูปปี้เพื่อเอาใจคนรักสนูปปี้กันด้วยค่ะ มีให้ท่านได้เลือกซื้ออย่างมากมาย

พักที่                 โรงแรม KIRORO RESORT หรือระดับเดียวกัน

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำแร่ธรรมชาติเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าและจะทำให้ผิวพรรณสวยงาม และยังช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีอีกด้วย

 

 

วันที่สาม            สกีรีสอร์ท – โนโบริเบทสึ – หุบเขานรกจิโกกุดานิ – นั่งกระเช้าชมวิวภูเขาไฟอุสุซาน – สวนหมีโชวะชินซัง –   จุดชมวิวทะเลสาบโทยะ – ช้อปปิ้งทานุกิโคจิ

 เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังจากนั้น ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเล่นสกีในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น  กิจกรรมหิมะและสกีต่างๆให้เล่น เช่น สกี สโนว์บอร์ด หรือจะเลือกเล่นผาดโผนในสไตล์ท่านเอง (ไม่รวมค่าอุปกรณ์ และค่าเครื่องเล่น ประมาณ 5,000-15,000 เยน) ** ทั้งนี้การเล่นกิจกรรมหิมะต่างๆนั้น ขึ้นกับสภาพภูมิอากาศ และปริมาณความหนาของหิมะ ณ เวลานั้น**

 เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ โนโบริเบทสึเมืองที่เป็นเมืองตากอากาศชื่อดังแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีชื่อเสียงด้านออนเซ็น เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับไปพักค้างคืนและเข้าออนเซ็นเป็นอย่างยิ่ง นำท่านชม จิโกคุดานิ หรือ หุบเขานรก ภายในบริเวณนี้ประกอบไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือดเกิดขึ้นตามธรรมชาติ  จากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหนึ่งพันปีก่อน ทำให้มีลักษณะคล้ายกระทะทองแดง  ซึ่งจะมีควันพวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา  จากใต้พิภพ ทำให้ผู้คนขนานนามที่แห่งนี้ว่า หุบเขานรก และที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดบ่อออนเซนที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและผิวพรรณแห่งเมืองโนโบริเบทสึ ที่มีชื่อสียงที่สุดบนเกาะฮอกไกโดอีกด้วย

จากนั้นนำทุกท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าสู่ภูเขาไฟอุสุซาน (Usuzan) เป็นภูเขาไฟที่ทำให้เกิดทะเลสาบโทยะขึ้นมา จากหลักฐานพบว่า ภูเขาไฟลูกนี้มีการปะทุขึ้นมาทุกๆ 20-50 ปี ดังนั้นจึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของพื้นที่แถบนี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการปะทุไปเมื่อปี พ.ศ. 2543 บนยอดเขาจะเห็นปากปล่องภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นมีควันสีขาวลอยขึ้นมาตลอดเวลา (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ภูเขาไฟอุสุแห่งนี้ มีความสูง 737 เมตร เมื่อขึ้นกระเช้าขึ้นสู่ยอดแล้วจะมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาอุสุ โอะกะริยะมะ โคะอุสุ และกินนุมะ คะโคะ ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการปะทุของภูเขา

จากนั้นนำท่านสู่ สวนหมีโชวะชินซัง ตั้งอยุ่ใกล้กับสถานีกระเช้าภูเขาไฟอุสุ ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์หมีสีน้ำตาล ให้ท่านอิสระเดินเที่ยวชมในสวนหมีเพื่อชมความน่ารักฉลาดแสนรู้ของหมีสีน้ำตาลนับ 100 ตัว ที่ใกล้สูญพันธุ์และหาดูได้ยาก ในญี่ปุ่นนี้จะพบเฉพาะบนเกาะฮอกไกโดเท่านั้น ชาวไอนุเชื่อกันว่าหมีสีน้ำตาลนี่ถือเป็นสัตว์เทพเจ้าของพวกเขาอีกด้วย ส่วนท่านไหนที่ต้องการชมแบบใกล้ชิดสามารถชมผ่านกระจกใสได้ หากยังไม่จุใจสามารถเดินมายังโซนห้องสังเหตุการณ์พิเศษได้อีกด้วย ซึ่งเรียกว่า “กรงมนุษย์” ท่านจะได้เห็นหมีสีน้ำตาลเดินผ่านไปมา ได้ยินเสียงและได้กลิ่นของหมีผาสนรุระบายอากาศเล็กๆ ประหนึ่งว่าได้อยู่ใกล้กับหมีระยะประชิด ที่สวนหมีนี้มีความพิเศษตรงที่ท่านสามารถป้อนอาหารหมีทั้งหลายเหล่านี้ด้วยขนมปัง และแอปเปิ้ล ซึ่งมีจุดจำหน่ายบริการไว้บริเวณทางเข้าและด้านใน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) เป็นจุดชมวิวทะเลสาบโทยะ แบบพาโนราม่า และยังสามารถมองเห็นภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่รายรอบ ทะเลสาบโทยะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่รูปวงกลม มีเส้นรอบวงยาวประมาณ 40 กิโลเมตร เกิดจากปากปล่องภูเขาไฟ ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบชิโกสึ

จากนั้นอิสระช้อปปิ้ง ถนนทานุกิโคจิ เป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองซัปโปโร โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7 บล็อก ภายในนอกจากจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ อย่างร้านขายกิโมโน เครื่องดนตรี วิดีโอ โรงภาพยนตร์แล้ว ยังมีร้านอาหารมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าวัยรุ่นด้วย เนื่องจากมีเกมเซ็นเตอร์ และตู้หนีบตุ๊กตามากมาย ร้อนดองกี ร้าน 100 เยน นอกจากนั้นที่นี่ยังมีการตกแต่งบนหลังคาด้วยตุ๊กตาทานุกิขนาดใหญ่

ค่ำ                    อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย  เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน

ที่พัก                 โรงแรม APA HOTEL & RESORT SAPPORO หรือระดับเดียวกัน

 

 

วันที่สี่                อุทยานโมอาย – พระใหญ่อะตามะ ไดบุตสึ –  ตลาดปลาฮอกไกโดโจไก  – มิตซุย เอ้าท์เล็ต – ดิวตี้ฟรี – บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ 3 ชนิด

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชม อุทยานโมอาย ที่ออกแบบโดย Tadao anda สถาปนิกชื่อดังของโลก ก่อสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1982 ไอเดียคล้ายวัฒนธรรมจากโมอายและอียิปต์ ออกแบบรูปร่างตั้งให้อยู่ในภูเขาของดอกลาเวนเดอร์ พระพุทธรูปเป็นแนวคิดโครงสร้างจากการเรียงลำดับของจิตวิญญาณ องค์พระมีชื่อว่า อะตามะ ไดบุตสึ เปิดให้เข้าชมอย่างเป็น ทางการ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา

 อุทยานโมอาย มีพื้นที่ประมาณ 540,000 ตารางเมตร มี 40,000 กลุ่มของที่บรรจุอัฐิและรองรับได้ 70,000 กลุ่ม (ชาวญี่ปุ่นไม่มีการฝังศพ ใช้การเผา และจะซื้อที่ดินใว้เก็บ”อัฐิ”เก็บแบบทั้งตระกูลรวมไว้) โมอายแห่งญี่ปุ่น เป็นชื่อที่ผู้คนเรียกขาน เป็นหนึ่งในสุสานที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด

 จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดปลาซัปโปโรโจไก ประกอบด้วยร้านค้า และร้านอาหารกว่า 80 ร้าน เรียงรายตลอดบล็อกขึ้นไปนอกตลาดขายส่งซัปโปโร เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ร้านค้าต่างๆจำหน่ายอาหารทะเลเป็นส่วนใหญ่ เช่น ปู หอยเม่นทะเล ไข่ปลาแซลมอน ปลาหมึก และหอยเชลล์ ผลผลิตอื่นๆในท้องถิ่น เช่น ข้าวโพด แตงโม และมันฝรั่งตามฤดูกาล อาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อคือ อาหารทะเลสดๆเสิร์ฟพร้อมข้าว เรียกว่า donburi ขึ้นชื่อว่าตลาดปลา ไม่ได้มีแต่ปลาสดนะจ๊ะ นอกจากจะมีปลาสด ปูทาราบะ ปูขน ปูซูไว อาหารทะเลนานาชนิดแล้ว และยังมีผลไม้ตามฤดูกาลอีกด้วย ที่ตลาดปลาแห่งนี้ยังมีร้านอาหารสำหรับนั่งทานให้ท่านได้เลือกทานตามอัธยาศัยมากมาย อาหารที่แนะนำก็คือ ซาซิมิ ข้าวหน้าปลาดิบ จนถึงหน้าปลาย่าง ซึ่งมีเมนูน่าทาน น่าสนใจ ราคาย่อมเยาว์มากมาย

เที่ยง                 อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งที่มิตซุย เอ้าท์เล็ต (MITSUI OUTLET) ศูนย์รวมแฟชั่นทันสมัยแหล่งรวมพลของสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกประกอบด้วยแบรนด์ดังถึง 128 แบรนด์ อาทิเช่น Coach Armani, Ralph Lauren, Seigo เพียบพร้อมด้วยสินค้าสำหรับทุกคนตั้งแต่สินค้าแฟชั่นหญิงชาย และเด็ก จนถึงอุปกรณ์กีฬา และสินค้าทั่วไป นอกจากนี้ภายในห้าง ยังมีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ที่จุได้ 650 ที่นั่ง และมี Hokkaido Roko Farm Bridge ซี่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าท้องถิ่นและสินค้าจากฟาร์มสดมาขายอีกด้วย

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งสินค้าเครื่องสำอางค์ อาหารเสริม เครื่องประดับคุณภาพดีที่ร้านค้าปลอดภาษี DUTY FREE สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธ ยาศัย ซึ่งมีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางแบรนด์ดัง ทั้งของต่างประเทศและแบรนด์ดังของญี่ปุ่น หรือว่าจะเป็นอาหารเสริมคุณภาพดีซึ่งไม่วามารถหาซื้อจากที่ไหนได้ นอกจากร้านค้าปลอดภาษีเท่านั้น

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษกับเมนู บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างปู 3 ชนิด และอาหารทะเลนานาชนิด อาทิเช่น ปูซูไว ปูขน ปูทาราบะ หอยเชลล์ หอยนางรม กุ้งทะเล ซาชิมิสดๆ และซูชิหน้าต่างๆ หมายเหตุ ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกฮอล์  

พักที่                 โรงแรม APA HOTEL & RESORT SAPPORO หรือระดับเดียวกัน

 

 

วันที่ห้า              อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัย (ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง)

 เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

อิสระเต็มวัน ให้ท่านอิสระช้อปปิ้ง หรือเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ โดยมีไกด์คอยให้คำแนะนำในการเดินทาง อาทิ

  • อาคารเจอาร์ทาวเวอร์ (JR TOWER) เป็นตึกที่สูงที่สุดในซัปโปโร ตั้งอยู่ติดกับสถานีเจอาร์ ซัปโปโร เป็นทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงภาพยนตร์ และศูนย์อาหาร มีร้าน BIG CAMERA จำหน่ายกล้องดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์,ร้าน100เยน, ร้านUNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น,ร้าน MATSUMOTO KIYOSHI ขายยาและเครื่องสำอางอาคาร JR TOWER มีจุดชมวิวตั้งอยู่ที่ชั้น 38 เรียกว่า T38 (Tower Three Eight) ที่ระดับความสูง 160 เมตร จึงมองเห็นทิวทัศน์เหนือเมืองซัปโปโรได้กว้างไกลสวยงามทั้งกลางวันกลางคืน โดยเฉพาะยามค่ำคืนจะมองเห็นทีวีทาวเวอร์ตั้งอยู่กลางสวนโอโดริ โดยมีแสงไฟจากกลุ่มตึก ย่านซูซูกิโนะ ส่องสว่างที่จุดกลางเมืองติด ๆ กันมีตึก ESTA ซึ่งที่ชั้น 10 เป็นศูนย์รวมร้านราเมน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 ร้าน ให้เลือกชิมอร่อยไม่แพ้ตรอกราเมนในย่านซูซูกิโน่ (ไม่รวมตั๋วขึ้น จุดชมวิวราคาประมาณ 700-1000 เยน)
  • ย่านซูซูกิโนะ ตั้งอยู่ในบริเวณรอบๆ สถานีรถไฟใต้ดินซูซูกิโนะ เมืองซัปโปโร โดยอยู่ถัดลงมาทางใต้ของสวนสาธารณะโอโดริประมาณ 500 เมตร ซึ่งถือเป็นย่านที่คึกคักและมีชีวิตชีวาที่สุดของซัปโปโร โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่มีการเปิดไฟตามป้ายไฟโฆษณาสีสันต่างๆ บนตึกที่ตั้งอยู่ในย่านแห่งนี้ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร ภัตตาคาร สถานบันเทิงเริงรมย์ยามราตรีต่างๆ ทั้งไนท์คลับ บาร์ คาราโอเกะ สถานอาบอบนวด มากกว่า 4,000 ร้าน ตามตรอกซอกซอย จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวจะนิยมมา ณ สถานที่แห่งนี
  • ตลาดปลานิโจ ตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร ตลาดปลาแห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1903 และตลาดแห่งนี้รู้จักกันในนาม “ครัวทะเลของชาวเมืองซัปโปโร” เพราะสัตว์ทะเลที่จับได้ส่วนใหญ่จะหาได้จากทะเลแถบนี้ทั้งสิ้น ซึ่งจะมีความสดมากเหมือนไปเดินซื้อที่ ท่าเรือเลยทีเดียว ลูกค้าส่วนใหญ่จะมีทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศรวมถึงชาวบ้านเข้า มาจับจ่ายใช้สอยกันเสมอ ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่อง ไข่หอยเม่นและไข่ปลาแซลมอน

เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน อาหารกลางวันและอาหารค่ำตามอัธยาศัย

 พักที่                 โรงแรม APA HOTEL & RESORT SAPPORO หรือระดับเดียวกัน

 

 

วันที่หก             หอนาฬิกาซัปโปโร – สวนโอโดริ – อิออน มอลล์  – สนามบินซับโปโร          

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านผ่านชม หอนาฬิกาซัปโปโร เป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่และเป็นอีกสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2421 เดิมทีเป็นโรงฝึกงานของมหาวิทยาลัย ฮอกไกโด แต่ได้ปรับเปลี่ยนสร้างเป็นหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลาตั้งแต่ พ.ศ.2424 จนถึงปัจจุบันก็ยังสามารถบอกเวลาได้อยู่ และด้วยความเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานานจึงได้รับการขึ้นทะเบียน ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

นำท่านผ่านชม สวนโอโดริ สวนสวยใจกลางเมืองที่ทอดตัวยาวจากตะวันออกไปตะวันตกโดยมีความยาว 1,400 เมตร คนส่วนใหญ่ใช้เวลามาพักผ่อนหย่อนใจ สวนโอโดริเป็นที่รู้จักในฐานะสวนสาธารณะแต่ที่จริงแล้วเป็นถนนโดยในปีค.ศ.1871 (ปีเมจิที่ 4) มีการสร้างแนวกันไฟที่แยกใจกลางเมืองซัปโปโรออกเป็นฝั่งเหนือใต้ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถนนชิริเบชิและถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นโอโดริ สถานที่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแบบสบายๆ ในยามปกติ และยังเป็นที่จัดงานเทศกาลขึ้นชื่อของฮอกไกโดอีกด้วย  สามารถที่จะสนุกสนานเพลิดเพลินได้ตลอดทุกฤดูกาล ในฤดูใบไม้ผลิมีเทศกาลดอกไลแล็ค ฤดูร้อนมีเทศกาล YOSAKOI โซรันและเบียร์การ์เด้น ฤดูใบไม้ร่วงมีเทศกาลออทั่มเฟสซึ่งรวบรวมเอาอาหารของฮอกไกโดมาไว้ และในฤดูหนาวมีเทศกาลหิมะซึ่งพัฒนามาเป็นเทศกาลระดับโลก

นำท่านช้อปปิ้ง ณ ห้างสรรพสินค้า ห้างจัสโก้อิออน ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น มีสินค้ามากมายหลากหลายชนิดให้ท่านได้เลือกซื้อกัน ไม่ว่าจะเป็นโซนเครื่องซำอางค์ ของใช้เด็ก ของเล่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ยาสามัญประจำบ้านหรือแม้กระทั่งผลไม้สดๆจากไร่ของญี่ปุ่นก็มีจำหน่ายที่นี่ด้วยเช่นกัน  พิเศษสุดกับร้าน 100 เยน ทีทุกอย่างในร้านราคาเพียง 100 เยนเท่านั้น ซึ่งเป็นร้านยอดฮิตของคนญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว   **อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัยเพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า**

14.55 น.          เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน NOK SCOOT เที่ยวบินที่ XW145 ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

20.35 น.          เดินทางถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ…

 

เงื่อนไข

อัตราค่าบริการนี้รวม

R ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ                      R ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี

R ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กก.     R ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ

R ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่าน       R ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ

R ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในรายการ                          R ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง

R ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

T ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น (เพราะรัฐบาลประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน) **ถ้ากรณีที่ทางรัฐบาลประกาศให้กลับมาใช้วีซ่า ผู้เดินทางจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำวีซ่าเพิ่ม ท่านละ 1,700 บาท**

T ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)

T ค่าทิปคนขับรถ และไกด์นำเที่ยวท่านละ 1,500 บาท/ทริป/ต่อท่าน

T ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

T ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น (เพราะรัฐบาลประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน)

การชำระเงิน

  1. นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 10,000 บาทต่อท่านเพื่อสำรองที่นั่ง
  2. นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 35 วัน กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ไม่ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆ
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

หมายเหตุ

  1. ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
  2. ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมา หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า  แต่หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทกำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้  ทางเรายินดีที่จะให้บริการต่อไป
  4. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่มิได้ส่งหน้าหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำ
  5. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ บริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
  6. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
  7. อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินฯลฯ
  8. มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น

 

ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง

  1. กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  2. สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  1. ประเทศญี่ปุ่น มีกฎหมายห้ามนำผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพืช และเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้าประเทศ เช่น ผัก ผลไม้สด ไข่ เนื้อสัตว์ ไส้กรอกฯ เพื่อเป็นการป้องกันโรคติดต่อที่จะมาจากสิ่งเหล่านี้ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ จะต้องเสียค่าปรับในอัตราที่สูงมากตรวจพบ จะต้องเสียค่าปรับในอัตราที่สูงมาก

ยกเลิกทัวร์และการคืนเงิน

  1. กรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแจ้งยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ
  2. กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้
  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า30 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 100 ของค่าบริการที่ชำระแล้ว ***ในกรณีที่วันเดินทางตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน
  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า15 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 50 ของค่าบริการที่ชำระแล้ว
  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางน้อยกว่า15 วัน ไม่คืนเงินค่าบริการที่ชำระแล้วทั้งหมด

ทั้งนี้ ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงจากค่าบริการที่ชำระแล้วเนื่องในการเตรียมการจัดการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน การจองที่พักฯลฯ

  1. การเดินทางที่ต้องการันตีมัดจำหรือซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือเที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าบริการทั้งหมด
  2. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางกรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 15 คน